เกิดเหตุเรือรบของอิหร่านถูกโจมตีและจมลงในมหาสมุทรอินเดีย นอกชายฝั่งประเทศศรีลังกา เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จุดชนวนให้กองทัพศรีลังกาต้องเปิดฉากปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยครั้งใหญ่ ท่ามกลางข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ระบุว่าเรือดำน้ำของตนเป็นผู้ลงมือ ขณะที่ทางการศรีลังกายังคงไม่ยืนยันถึงสาเหตุของการจมและจำนวนผู้เคราะห์ร้ายที่แน่ชัด
รายงานจากสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างอิงแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ สามราย เปิดเผยว่าเรือดำน้ำของกองทัพสหรัฐฯ เป็นผู้ปฏิบัติการโจมตีเรือรบอิหร่านลำดังกล่าว จนต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินก่อนที่จะจมลงสู่ก้นทะเล เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในน่านน้ำสากลบริเวณนอกชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียของศรีลังกา
ด้านกองทัพศรีลังกาได้ดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยสามารถให้ความช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้ 32 ราย และพบศพผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกองทัพเรือและกระทรวงกลาโหมของศรีลังการะบุว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้โจมตีเรือลำนี้ และมีผู้สูญหายจากเหตุการณ์นี้อย่างน้อย 101 คน
ในทางตรงกันข้าม โฆษกกองทัพเรือศรีลังกาได้ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยยืนยันว่าข้อมูลเรื่องผู้สูญหาย 101 คนนั้นไม่เป็นความจริง และยังไม่สามารถยืนยันสาเหตุของการจมเรือลำดังกล่าวได้ ทำให้เกิดความสับสนและความคลุมเครือเกี่ยวกับรายละเอียดที่แท้จริงของเหตุการณ์
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ได้เปิดฉากปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการโจมตีทางเรือที่มุ่งเป้าไปที่กองทัพเรือของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ว่าได้จมเรือรบของอิหร่านไปแล้วถึง 17 ลำ และมีเป้าหมายที่จะทำลายกองทัพเรืออิหร่านทั้งหมด การโจมตีเรือรบอิหร่านนอกชายฝั่งศรีลังกาจึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางทหารที่ครอบคลุมของสหรัฐฯ ในการตอบโต้และจำกัดอิทธิพลทางทะเลของอิหร่านในภูมิภาค
การปะทะกันในน่านน้ำสากลดังกล่าวเน้นย้ำถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญระดับโลก และอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคได้