รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเร่งรัดการเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ซึ่งรวมถึงโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 และ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพสูงและสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ณ ขณะนี้ โดยคาดการณ์ว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569

การเดินหน้าของมาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่กำลังจะแล้วเสร็จ โดยหลังจากพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 รัฐบาลมีกำหนดการสำคัญหลายประการ คาดว่าภายในวันที่ 23 มีนาคม 2569 รายชื่อคณะรัฐมนตรีทั้ง 35 ตำแหน่งจะนิ่ง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติจากสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนจะนำทูลเกล้าฯ ถวายในวันที่ 27 มีนาคม 2569 การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน เพื่อพิจารณาปรับปรุงงบประมาณปี 2570 และร่างนโยบายสำคัญ ก่อนที่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใต้วิสัยทัศน์ "Thailand 10 Plus" ระหว่างวันที่ 7-9 เมษายน 2569 ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่

สำหรับโครงการ คนละครึ่งพลัส เฟส 2 ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ยืนยันถึงการเตรียมพร้อมโดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) แล้ว โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือประชาชนในกลุ่มต่างๆ โดยคาดการณ์ว่าผู้ที่อยู่ในระบบภาษีจะได้รับเงินสนับสนุน 2,400 บาท ขณะที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีจะได้รับ 2,000 บาท ซึ่งรัฐบาลจะช่วยจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าใช้จ่าย เงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับผู้มีสิทธิคือ ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชนแบบสมาร์ตการ์ด และต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" โดยอาจมีการปรับเกณฑ์เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสามารถเข้าร่วมโครงการได้ครอบคลุมมากขึ้น

ในส่วนของ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทางปลัดกระทรวงการคลังได้ให้ความมั่นใจว่าวงเงินในบัตรเดิมจะยังคงมีการจ่ายต่อเนื่องไปจนถึงเดือนเมษายน 2569 โดยไม่มีการสะดุด ส่วนการเปิดลงทะเบียนรอบใหม่สำหรับปี 2569 คาดว่าจะมีความชัดเจนหลังรัฐบาลแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการ คุณสมบัติสำคัญของผู้ที่จะสามารถลงทะเบียนรอบใหม่ได้นั้น รวมถึงการมีรายได้บุคคลหรือรายได้เฉลี่ยของครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี มีทรัพย์สินทางการเงินรวมกันไม่เกิน 100,000 บาท และต้องไม่มีบัตรเครดิต รวมถึงมีวงเงินกู้ซื้อบ้านไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และวงเงินกู้ซื้อรถไม่เกิน 1 ล้านบาท

เพื่อความพร้อมสำหรับการลงทะเบียน รัฐบาลคาดว่าจะใช้แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" เป็นช่องทางหลักในการลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ ร่วมกับแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" สำหรับการใช้จ่าย ผู้สนใจควรดาวน์โหลดแอป "ทางรัฐ" และยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaiD รวมถึงอัปเดตแอป "เป๋าตัง" ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด พร้อมตรวจสอบสถานะการยืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้าให้เรียบร้อย

ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาดโลก และผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยังคงส่งผลต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้วิสัยทัศน์ "Thailand 10 Plus" จึงเป็นความหวังสำคัญในการฟื้นฟูและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดที่ชัดเจนและวันเริ่มต้นของโครงการต่างๆ ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลชุดใหม่ หลังจากที่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเสร็จสมบูรณ์และมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้