รัฐบาล โดยกรมบัญชีกลาง ได้ประกาศความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ภายใต้โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ประจำเดือนเมษายน 2569 ซึ่งจะมีการปรับเพิ่มวงเงินช่วยเหลือสำหรับผู้มีสิทธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบาง เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพในปัจจุบัน การใช้สิทธิ์ทั้งหมดจะดำเนินการผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด.
การปรับเพิ่มวงเงินครั้งนี้เกิดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 ที่ได้ให้ความเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความเร่งด่วนของการดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดมาตรการหลักที่ได้รับการอนุมัติ ด้วยการเพิ่มวงเงินอีก 100 บาทต่อคน สำหรับการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับวงเงินเพิ่มขึ้นจากเดิม 300 บาท เป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น.
นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ที่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 โดยผู้มีสิทธิจะได้รับวงเงินเพื่อการจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งได้ปรับเพิ่มเป็น 400 บาทต่อคนต่อเดือน วงเงินในส่วนนี้ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้ นอกจากนี้ ยังมีสิทธิส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคน สำหรับช่วงระยะเวลาสามเดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงมิถุนายน 2569 เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน.
ในส่วนของค่าเดินทางสาธารณะ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับวงเงินสนับสนุน 750 บาทต่อคนต่อเดือน เพื่อใช้บริการขนส่งสาธารณะหลากหลายประเภท ซึ่งครอบคลุมทั้งรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รถไฟไทย รถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบบรถไฟฟ้าประเภทต่างๆ รวมถึงรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและลดภาระค่าใช้จ่ายในการคมนาคมสำหรับผู้มีรายได้น้อย.
สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการและมีบัตรประจำตัวคนพิการ จะได้รับเงินเพิ่มเบี้ยความพิการอีก 200 บาทต่อเดือน ซึ่งจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารในวันที่ 20 เมษายน 2569 โดยผู้ที่ได้รับเบี้ยความพิการเดิม 800 บาทต่อเดือน จะได้รับการสนับสนุนรวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เพื่อให้การใช้ชีวิตของผู้พิการดีขึ้น การโอนเงินจะดำเนินการผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้มีสิทธิ หรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการเดิม เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าถึงเงินช่วยเหลือ.
โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ยังคงเป็นเครื่องมือหลักของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตและมอบความช่วยเหลือที่จำเป็นแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ การปรับปรุงสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างหลักประกันทางสังคมให้แก่พลเมืองทุกคน การใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดในการรับสิทธิ์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของโครงการ เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส.