นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ได้เดินทางไปยังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 5 เมษายน 2569 เพื่อตรวจสอบและให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานในการรับมือกับปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง การตรวจเยี่ยมครั้งนี้จัดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอดอยสะเก็ด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ตลอดจนความคืบหน้าของมาตรการต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างละเอียด
ภายหลังจากการรับฟังข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าในเขตอำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในการนำเครื่องจักรกลเฉพาะทางจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง เข้ามาเสริมกำลังในการสร้างแนวกันไฟตามแนวป่าและช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในชั้นบรรยากาศ อธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเชิงรุก พร้อมทั้งได้มอบน้ำดื่มและหน้ากากอนามัยชนิด KN95 เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและดูแลสุขภาพของเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าและอาสาสมัครผู้เสียสละ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักในพื้นที่ภาคสนาม ท่ามกลางสภาพอากาศที่ท้าทายอย่างยิ่ง การสนับสนุนดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในสวัสดิภาพของผู้ปฏิบัติงานซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตของประชาชน
นอกเหนือจากมาตรการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์เฉพาะหน้า หัวหน้ากรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังได้ให้ความสำคัญกับการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนให้กับผืนป่า โดยได้ติดตามโครงการที่ประยุกต์ใช้
“ศาสตร์พระราชา”
เพื่อการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ อาทิ แนวคิด
“ป่าเปียก”
ซึ่งเป็นการสร้างระบบป้องกันไฟป่าด้วยการจัดทำร่องน้ำและปลูกพืชพรรณที่มีความสามารถในการอุ้มน้ำสูง เพื่อให้เป็นแนวป้องกันไฟตามธรรมชาติที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการทำ
“หลุมขนมครก”
เพื่อกักเก็บน้ำในดิน และการ
“ห่มดิน”
ด้วยเศษวัสดุธรรมชาติ เช่น หญ้าแห้งหรือใบไม้ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น ซึ่งไม่เพียงช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่ยังช่วยลดปริมาณเชื้อเพลิงที่อาจก่อให้เกิดไฟป่าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนการสร้างเครือข่ายองค์ความรู้แก่ชุมชนในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจในการสร้างแนวป้องกันไฟป่าและแนวทางการทำการเกษตรโดยไม่ใช้วิธีการเผา ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาจากต้นตออย่างยั่งยืน
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การใช้เทคโนโลยีและกำลังคนในการดับไฟป่าอย่างเชิงรุกเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการบูรณาการแนวคิด
“ป่าเปียก”
และหลักการตามศาสตร์พระราชา เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นทาง โดยกรมฯ ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนงบประมาณและจัดส่งเครื่องจักรกลหนักไปยังพื้นที่ 17 จังหวัดในภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและมลพิษ พร้อมกันนี้ ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน หากพบเห็นเหตุการณ์ไฟป่า สามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีและลดความเสียหายให้เหลือน้อยที่สุด