ประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล แห่งสาธารณรัฐเกาหลี ได้กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ด้านการป้องกันประเทศที่สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมให้คำมั่นว่าจะทุ่มเทการสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น คำกล่าวนี้มีขึ้นในพิธีส่งมอบเครื่องบินรบ KF-21 “โบราแม” (Boramae) ลำแรกที่ผลิตเพื่อประจำการจริง ณ สำนักงานใหญ่บริษัท Korea Aerospace Industries (KAI) เมืองซาชอน จังหวัดคยองซังนัมโด เมื่อวันที่ 25 เมษายน โดยพิธีดังกล่าวถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยานของเกาหลีใต้
ประธานาธิบดียุน ชี้แจงว่า รัฐบาลจะใช้ความสำเร็จของโครงการ KF-21 เป็นรากฐานอันแข็งแกร่งในการยกระดับเกาหลีใต้ให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสี่ประเทศผู้นำด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระดับโลก พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการลงทุนและให้การสนับสนุนอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับเครื่องยนต์อากาศยาน วัสดุ และชิ้นส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้ภาคส่วนกลาโหมของประเทศสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน
เครื่องบินรบ KF-21 เป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีของเกาหลีใต้เองทั้งหมด โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อทดแทนฝูงบินเก่าของกองทัพอากาศที่เริ่มล้าสมัย โครงการนี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2558 แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายประการ รวมถึงความล้มเหลวในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลักจากต่างประเทศ แต่ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐ กองทัพ สถาบันวิจัย และบริษัทในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ทำให้สามารถพัฒนาและผลิตเทคโนโลยีหลักต่างๆ ให้เป็นของเกาหลีใต้ได้สำเร็จ การส่งมอบเครื่องบิน KF-21 ที่พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีภายในประเทศนี้จึงถือเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากอดีตประธานาธิบดีคิม แด-จุง ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเครื่องบินรบของชาติเมื่อเดือนมีนาคม 2544 หรือเป็นเวลากว่า 25 ปี
เครื่องบินรบ KF-21 ลำแรกที่ถูกส่งมอบในครั้งนี้ จะเข้าสู่กระบวนการทดสอบและตรวจสอบประสิทธิภาพอย่างละเอียดโดยผู้ผลิตและกองทัพอากาศ หลังจากนั้นมีกำหนดการที่จะเข้าประจำการจริงภายในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันทางอากาศของเกาหลีใต้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประธานาธิบดียุนยังได้แสดงความชื่นชมและให้กำลังใจแก่ผู้มีส่วนร่วมทุกคนในโครงการนี้ ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการพัฒนาและผลิตเครื่องบินรบแห่งความภาคภูมิใจนี้ขึ้นมา
ประธานาธิบดียุนกล่าวอย่างหนักแน่นว่า เครื่องบินรบ KF-21 ที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านั้น คือความปรารถนาอันแรงกล้าในการป้องกันประเทศที่พึ่งพาตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกาหลีใต้ใฝ่ฝันมากว่าครึ่งศตวรรษ การผลิต KF-21 ในปริมาณมากได้พิสูจน์แล้วว่าสาธารณรัฐเกาหลีได้ครอบครองอาวุธที่สามารถปกป้องสันติภาพด้วยเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นของตนเองได้ ไม่เพียงแต่บนพื้นดินและในทะเล แต่ยังรวมถึงบนฟากฟ้าอีกด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในการป้องกันประเทศที่พึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง
ในอดีตเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ยากจนซึ่งต้องพึ่งพาความช่วยเหลือด้านอาวุธจากต่างชาติ แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นประเทศที่สามารถสร้างสรรค์อาวุธยุทโธปกรณ์อันทันสมัยด้วยเทคโนโลยีของตนเอง และยังเป็นที่ต้องการของนานาชาติอีกด้วย เครื่องบินรบอันน่าภาคภูมิใจนี้ไม่เพียงแต่จะปกป้องน่านฟ้าของเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ยังจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นปึกแผ่นและผู้ส่งสารแห่งสันติภาพที่คอยพิทักษ์โลกทั้งใบ
รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าแบ่งปันเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับโลกกับประเทศพันธมิตร เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเกาหลี (K-방산) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ประธานาธิบดียุนยังได้เรียกร้องให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางอันยิ่งใหญ่นี้ สู่การบรรลุเป้าหมายการป้องกันประเทศที่พึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ และการมีส่วนร่วมในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองของโลก