กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมพร้อมรับมือกับพายุฤดูร้อนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ซึ่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติครั้งนี้จะนำมาซึ่งสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง พายุลูกเห็บ และปริมาณฝนที่ตกหนักในบางพื้นที่ รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้
ประชาชนในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมถึงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากความรุนแรงของพายุ โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านเปราะบาง หรือใกล้กับป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการหักโค่นหรือพังทลายลงมาได้
สำหรับภาคเกษตรกรรม เกษตรกรผู้ปลูกพืชผลและผู้เลี้ยงสัตว์ควรเร่งดำเนินการเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างโรงเรือนและสิ่งกำบังต่างๆ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่ห่วงใย นอกจากนี้ ทุกคนควรดูแลสุขภาพตนเองให้ดี เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวในช่วงกลางวัน อาจส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียและเจ็บป่วยได้ง่ายเมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
สาเหตุหลักของพายุฤดูร้อนในครั้งนี้มาจากการที่บริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนได้แผ่ปกคลุมลงมาทางด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและบริเวณทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดการปะทะกับกระแสลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนตัวมาจากประเทศเมียนมาปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศร้อนจัดในเวลากลางวัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการก่อตัวของพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง
ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ สภาพอากาศโดยรวมจะมีฝนฟ้าคะนองเล็กน้อยถึงปานกลางในบางแห่ง อันเนื่องมาจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน สำหรับคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และอาจสูงได้มากกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ดังนั้น ชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือในพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามันจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือเป็นพิเศษ
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือหมอกควันในประเทศไทยตอนบนยังคงอยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงค่อนข้างมากในระยะนี้ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่สภาพการสะสมของฝุ่นละอองจะทรงตัวหรือลดลงได้บ้าง เนื่องจากมีการระบายอากาศอยู่ในระดับปานกลาง และมีโอกาสที่จะเกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งจะช่วยชะล้างฝุ่นละอองในอากาศได้บางส่วน