สถานการณ์ไฟป่าและมลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญในทุกช่วงฤดูแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยเหตุนี้ อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน ซึ่งครอบคลุมอาณาเขตในจังหวัดน่านและพะเยา จึงได้ประกาศใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการจำกัดการเข้าถึงพื้นที่บางส่วนเป็นการชั่วคราว
การตัดสินใจปิดพื้นที่ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดไฟป่าซึ่งมักมีสาเหตุมาจากกิจกรรมของมนุษย์ รวมถึงเพื่อควบคุมและลดปัญหาหมอกควันและฝุ่นพิษที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศโดยรวม การประกาศนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ และรักษาคุณภาพอากาศให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
สำหรับระยะเวลาการปิดพื้นที่ ได้ถูกกำหนดขึ้นอย่างรอบคอบ โดยในเขตอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกินที่อยู่ในจังหวัดพะเยา ครอบคลุมอำเภอปงและอำเภอเชียงคำนั้น จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ส่วนในพื้นที่จังหวัดน่าน บริเวณอำเภอสองแคว จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม และสิ้นสุดในวันที่ 30 เมษายน 2569 เช่นกัน มาตรการนี้จะครอบคลุมตลอดช่วงเวลาที่ถือเป็นจุดสูงสุดของฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่ป่ามีความแห้งแล้งและเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ามากที่สุด

ทั้งนี้ การเข้าพื้นที่อุทยานในช่วงเวลาที่ประกาศปิดนั้น จะได้รับอนุญาตก็ต่อเมื่อมีเหตุผลอันจำเป็นและได้รับอนุมัติจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการเท่านั้น ผู้ที่ได้รับอนุญาตจะต้องแสดงบัตรประจำตัวหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และทำการลงทะเบียนเข้า-ออกพื้นที่ทุกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยได้อย่างเข้มงวด สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งหรือกระทำการใดๆ ที่เป็นสาเหตุให้เกิดไฟป่า จะต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ซึ่งรวมถึงการจำคุกและปรับเงินจำนวนมาก ตลอดจนการถูกปรับในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกินจึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน งดเว้นการเข้าพื้นที่ตามประกาศ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันไฟป่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ และยังเป็นการช่วยลดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน