อุทยานแห่งชาติดอยภูคา ในพื้นที่จังหวัดน่านได้ยกระดับมาตรการพิทักษ์ป่าและรักษาความปลอดภัยของทรัพยากรธรรมชาติอย่างสูงสุดด้วยการออกประกาศฉบับเร่งด่วนเพื่อสั่งปิดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ภายใต้ความรับผิดชอบอย่างไม่มีกำหนดเพื่อเป็นมาตรการรับมือเชิงรุกต่อวิกฤตการณ์ไฟป่าที่กำลังลุกลามอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในวงกว้าง มาตรการดังกล่าวเน้นย้ำไปที่การห้ามบุคคลใดก็ตามเข้าไปในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติโดยเฉพาะในท้องที่บริเวณตำบลงอบและตำบลทุ่งช้าง ภายในเขตอำเภอทุ่งช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความล่อแหลมต่อการเกิดอัคคีภัยและเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการควบคุมสถานการณ์เพลิงไหม้ป่า โดยคำสั่งปิดพื้นที่ป่านี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน พุทธศักราช 2569 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์ความรุนแรงของอัคคีภัยจะบรรเทาเบาบางลงและเข้าสู่ภาวะปกติที่ทางเจ้าหน้าที่สามารถบริหารจัดการความเรียบร้อยได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าถึงพื้นที่ป่าชั้นในซึ่งเป็นต้นกำเนิดของปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
สำหรับเบื้องหลังความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการออกข้อบังคับที่เข้มงวดเช่นนี้ เกิดจากการตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์ผ่านระบบดาวเทียมที่ตรวจพบจุดความร้อนหรือค่าฮอตสปอตพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายจุดสำคัญของอุทยานแห่งชาติ โดยจากการประเมินและสำรวจของเจ้าหน้าที่ภาคสนามพบว่าต้นตอของปัญหาหลักไม่ได้เกิดขึ้นเองตามกระบวนการทางธรรมชาติ แต่เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเข้าไปเผาป่าเพื่ออำนวยความสะดวกในการล่าสัตว์ป่า การจุดไฟเผาเพื่อหาของป่าตามความเชื่อแบบดั้งเดิม หรือแม้กระทั่งการลักลอบเผาพื้นที่ทางการเกษตรในบริเวณรอยต่อแล้วปล่อยให้เปลวเพลิงลุกลามขยายวงกว้างเข้าไปในเขตป่าลึกที่เข้าถึงได้ยาก พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีความเข้มข้นสูงจนเกินค่ามาตรฐานอย่างรุนแรง ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายระบบนิเวศอันสมบูรณ์ของป่าไม้และที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากชนิดเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจของชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดน่าน และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างมหาศาล

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการประกาศสั่งปิดพื้นที่ป่าชั้นในอย่างเข้มงวด แต่อุทยานแห่งชาติดอยภูคายังคงมีนโยบายผ่อนปรนเพื่อให้การท่องเที่ยวและกิจกรรมที่จำเป็นยังคงดำเนินต่อไปได้ โดยในพื้นที่ส่วนที่เป็นเขตบริการ พื้นที่นันทนาการกลางแจ้ง และเขตกิจกรรมพิเศษที่จัดเตรียมไว้สำหรับรองรับประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงเปิดให้บริการตามปกติภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ แต่สำหรับบุคคลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องเดินทางผ่านหรือเข้าไปในเขตพื้นที่ป่าที่ถูกสั่งปิด ผู้นั้นจะต้องดำเนินการประสานงานแจ้งเหตุผลต่อหน่วยงานการปกครองท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น นายอำเภอ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง พร้อมทั้งต้องดำเนินการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนและระบุวัตถุประสงค์ในการเข้าพื้นที่อย่างชัดเจน ณ จุดตรวจหรือหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดูแลความปลอดภัยและป้องกันการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าได้อย่างทันท่วงทีและป้องกันการเกิดเหตุไม่คาดคิดที่อาจสร้างความเสียหายต่อส่วนรวม
ในส่วนของมาตรการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและป้องปราบผู้กระทำผิด นายรณกฤต จักร์เงิน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ได้เน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าผู้ใดที่จงใจฝ่าฝืนคำสั่งหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศฉบับนี้จะต้องเผชิญกับขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งผู้กระทำผิดจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พุทธศักราช 2562 มาตรา 20 ซึ่งกำหนดโทษปรับเป็นจำนวนเงินสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และยังอาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 368 ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจทางกฎหมายอีกหนึ่งข้อหาด้วย การยกระดับความเข้มงวดในครั้งนี้มุ่งหวังที่จะสร้างความตระหนักรู้และขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้ร่วมกันปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติจากการถูกทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์ เพื่อรักษาความสมดุลของระบบนิเวศและคืนอากาศที่บริสุทธิ์ให้แก่สังคมท้องถิ่นจังหวัดน่านให้กลับคืนสู่สภาวะที่ปลอดภัยและยั่งยืนสืบต่อไปในอนาคตข้างหน้า