มะเขือเทศเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในหลากหลายเมนู ทั้งอาหารไทยและอาหารตะวันตก หลายคนอาจเคยได้ยินว่าการปรุงสุกทำให้สารอาหารบางอย่างลดลง ขณะที่บางแหล่งข้อมูลกลับบอกว่าการผ่านความร้อนช่วยเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ คำถามจึงเกิดขึ้นว่าแท้จริงแล้วควรกินแบบไหนดี

มะเขือเทศแบบสด คุณค่าที่คงอยู่ตามธรรมชาติ

การรับประทานมะเขือเทศแบบสด เช่น ใส่ในสลัด หรือกินเป็นผลไม้ จะทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีในระดับที่สูงกว่า เพราะวิตามินชนิดนี้ไวต่อความร้อน เมื่อผ่านการต้ม ผัด หรืออบเป็นเวลานาน ปริมาณจะลดลงตามกระบวนการปรุงอาหาร

นอกจากนี้ มะเขือเทศสดยังให้ใยอาหารที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย และมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดในรูปแบบธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือเพิ่มความสดชื่นให้มื้ออาหาร

มะเขือเทศแบบสุก เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารสำคัญ

แม้ว่าวิตามินซีจะลดลงเมื่อผ่านความร้อน แต่การปรุงสุกกลับช่วยให้ร่างกายดูดซึม “ไลโคปีน” ได้ดีขึ้น ไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่มีบทบาทในการดูแลสุขภาพหัวใจ ลดการอักเสบ และอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังบางชนิด

กระบวนการให้ความร้อนจะทำให้โครงสร้างเซลล์ของมะเขือเทศแตกตัว ส่งผลให้ไลโคปีนถูกปลดปล่อยออกมาในรูปแบบที่ร่างกายดูดซึมได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะเมื่อปรุงร่วมกับไขมันเล็กน้อย เช่น น้ำมันมะกอก จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมมากยิ่งขึ้น

เลือกอย่างไรให้เหมาะกับร่างกาย

หากต้องการเสริมภูมิคุ้มกันและเน้นวิตามินซี การกินแบบสดอาจตอบโจทย์มากกว่า แต่ถ้าต้องการสารต้านอนุมูลอิสระอย่างไลโคปีนในปริมาณที่ดูดซึมได้ดี การกินแบบสุกก็มีข้อได้เปรียบ

การจัดเมนูให้มีทั้งมะเขือเทศสดและแบบปรุงสุกในแต่ละสัปดาห์ จึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารหลากหลาย และได้ประโยชน์จากคุณสมบัติที่แตกต่างกันของมะเขือเทศในแต่ละรูปแบบ