Apple กำลังสำรวจแนวทางใหม่ที่อาจทำให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับอุปกรณ์ได้โดยไม่ต้องพูดออกเสียง โดยมีรายงานว่า บริษัทได้เข้าซื้อสตาร์ทอัพจากอิสราเอลชื่อ Q.ai มูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นดีลใหญ่ที่สุดของ Apple นับตั้งแต่การซื้อ Beats Electronics
Q.ai พัฒนาเทคโนโลยีแมชชีนเลิร์นนิงที่สามารถวิเคราะห์การเคลื่อนไหวขนาดเล็กของผิวหน้า การขยับริมฝีปาก และกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างละเอียด ระบบสามารถตรวจจับคำที่ผู้ใช้ขยับปากแบบไร้เสียง รวมถึงการแสดงอารมณ์ และสัญญาณทางสรีรวิทยา เช่น อัตราการเต้นของหัวใจและรูปแบบการหายใจ
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ Ming-Chi Kuo เคยคาดการณ์ว่า Apple อาจเปิดตัว AirPods รุ่นที่มีกล้องในปี 2026 โดยอาจใช้เซนเซอร์อินฟราเรดลักษณะคล้ายระบบ Face ID หากผสานฮาร์ดแวร์ลักษณะนี้เข้ากับอัลกอริทึมของ Q.ai ก็อาจทำให้ผู้ใช้ส่งข้อความ เรียกใช้ Siri หรือควบคุมเพลงได้โดยไม่ต้องเปล่งเสียง
เทคโนโลยีดังกล่าวอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่หูฟัง แต่อาจขยายไปสู่อุปกรณ์อย่าง Apple Vision Pro หรือแว่นตาอัจฉริยะในอนาคต ผู้ก่อตั้ง Q.ai อย่าง Aviad Maizels เคยร่วมก่อตั้ง PrimeSense ซึ่งเทคโนโลยีตรวจจับสามมิติของบริษัทนั้นต่อมากลายเป็นพื้นฐานของระบบ Face ID ในผลิตภัณฑ์ Apple
หากนำมาใช้งานจริง การป้อนคำสั่งผ่านการเคลื่อนไหวใบหน้าแบบไร้เสียงอาจเปลี่ยนรูปแบบการโต้ตอบระหว่างมนุษย์กับอุปกรณ์ จากการสั่งงานด้วยเสียงไปสู่การใช้เซนเซอร์ตรวจจับแบบแนบเนียนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้ก็มาพร้อมคำถามด้านความเป็นส่วนตัว เนื่องจากการติดตามการเคลื่อนไหวของใบหน้าอย่างต่อเนื่องอาจสร้างข้อมูลไบโอเมตริกที่ละเอียดอ่อน ซึ่งอาจสะท้อนอารมณ์ สุขภาพ หรือแม้แต่การสื่อสารส่วนตัว หากข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บหรือใช้งานอย่างไม่เหมาะสม ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยในระยะยาว
ที่มา gizmochina