บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมน (บสย.) ได้ประกาศแผนช่วยเหลือเร่งด่วนแก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและการนำเข้า-ส่งออก ที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้น อันเป็นผลพวงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมาตรการดังกล่าวครอบคลุมทั้งการพักชำระหนี้และค่าธรรมเนียม รวมถึงการเสริมสภาพคล่องผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อใหม่ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แพ็กเกจช่วยเหลือของ บสย. ถูกออกแบบมาเพื่อประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความท้าทาย โดยมีสามหัวใจหลัก ประการแรกคือ การผ่อนปรนภาระค่าใช้จ่าย โดยลูกค้า บสย. ที่มีกำหนดชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกันในช่วงวันที่ 15 มีนาคม ถึง 14 เมษายน 2569 สามารถขอพักชำระได้เป็นระยะเวลา 3 เดือน เพื่อลดภาระทางการเงินในช่วงวิกฤตนี้ ประการที่สอง สำหรับลูกหนี้ที่ บสย. ได้จ่ายเคลมไปแล้วและอยู่ระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ สามารถขอพักชำระค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้ 3 เดือนเช่นกัน เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 14 เมษายน 2569 โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่เป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้อยู่ก่อนแล้ว และประการสุดท้าย บสย. ได้เปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อใหม่ในชื่อ ‘บสย. Quick Big Win’ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้แก่ SMEs ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน โดยจุดเด่นคือฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันนาน 3 ปีแรก และคิดอัตราต่ำเพียง 1% ต่อปีในปีที่ 4-7 พร้อมชดเชยหนี้เสียในอัตราสูงสุด เพื่อกระตุ้นให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โครงการนี้เปิดรับคำขอค้ำประกันไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 และเป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกค้าปัจจุบันและผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ไม่เคยใช้บริการ บสย. มาก่อน

สถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ยังคงยืดเยื้อ ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดันราคาน้ำมันและพลังงานให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้า รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขนส่งและระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แรงกดดันดังกล่าวสร้างความยากลำบากอย่างยิ่งให้กับผู้ประกอบการ SMEs ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจที่พึ่งพาการนำเข้า-ส่งออก และภาคการท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัว ซึ่งต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างท้าทาย บสย. จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการออกแพ็กเกจช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เพื่อให้ผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถประคับประคองกิจการและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ผู้ประกอบการ SMEs ที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าปัจจุบันหรือลูกหนี้ของ บสย. ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและนำเข้า-ส่งออก สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขการเข้าร่วมมาตรการต่างๆ ได้ที่สำนักงานเขตของ บสย. ในพื้นที่ใกล้เคียง หรือผ่านช่องทางออนไลน์ LINE OA TCG First ที่ @tcgfirst และ บสย. Call Center หมายเลข 02-890-9999 การประสานงานอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ธุรกิจได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้ได้ทันท่วงที