กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมหารือร่วมกับกระทรวงการคลังในวันที่แปดกันยายนพุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบเก้าเพื่อสรุปโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในประเทศภายใต้ชื่อไทยเที่ยวไทยพลัสโดยมุ่งหวังนำเงินกู้วงเงินสี่พันล้านบาทมาขับเคลื่อนภาคบริการและการเดินทางของประชาชนจำนวนหนึ่งล้านสิทธิ์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
แผนงานดังกล่าวแบ่งการช่วยเหลือออกเป็นสองส่วนหลักโดยส่วนแรกเป็นการสนับสนุนค่าห้องพักโรงแรมในอัตราสูงสุดไม่เกินสามพันบาทต่อสิทธิ์ใช้วงเงินรวมสามพันล้านบาทขณะที่ส่วนที่สองเป็นการแจกบัตรกำนัลมูลค่าหนึ่งพันบาทต่อสิทธิ์ใช้วงเงินหนึ่งพันล้านบาทซึ่งมีการปรับปรุงรูปแบบให้มีความกว้างขวางขึ้นโดยอนุญาตให้นำไปใช้จ่ายกับธุรกิจสุขภาพและการนวดสปารวมถึงบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพื่อกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อยให้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
สำหรับการถกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบการจ่ายเงินนั้นทางหน่วยงานผู้รับผิดชอบยังคงผลักดันระบบร่วมจ่ายหรือโคเปย์เมนต์เนื่องจากเล็งเห็นว่าจะช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบได้ดีกว่าวิธีคิดราคาแบบตายตัวเพราะผู้ใช้สิทธิ์จะต้องควักเงินส่วนตัวสมทบเพิ่มทำให้มูลค่าการใช้จ่ายจริงขยับสูงขึ้นกว่าเดิมและสร้างความคุ้มค่าให้กับงบประมาณแผ่นดินที่ถูกนำมาใช้ในการพยุงเศรษฐกิจภายในประเทศ
หากการประชุมร่วมกันระหว่างสองกระทรวงได้ข้อยุติที่เป็นทางการแล้วขั้นตอนต่อไปคือการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีภายในสัปดาห์ถัดไปทันทีโดยวางเป้าหมายเปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการภาคธุรกิจเริ่มลงทะเบียนใช้งานได้ตั้งแต่วันที่หนึ่งตุลาคมเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามก่อนจะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบทางโครงการจะต้องผ่านกระบวนการทดสอบระบบร่วมกับทางธนาคารกรุงไทยเป็นระยะเวลาประมาณสองถึงสามสัปดาห์เพื่อความสมบูรณ์ในการรองรับการลงทะเบียนและการใช้งานจริงของประชาชนทั่วประเทศ



