กระทรวงคมนาคม โดยนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงฯ ได้ต้อนรับคณะผู้แทนจากสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) นำโดยนายโรเดอริค ฮอฟฟ์แมน หัวหน้าคณะทำงานด้านคมนาคมฯ เพื่อหารือเชิงลึกด้านระบบรางและโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป ณ ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีเป้าหมายในการเสริมสร้างศักยภาพโครงข่ายคมนาคมของไทย พร้อมเปิดโอกาสการลงทุนและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ EABC ได้แสดงความสนใจอย่างยิ่งในการร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของไทย นายปัญญา ชูพานิช ได้นำเสนอภาพรวมความคืบหน้าโครงการรถไฟสำคัญของประเทศ อาทิ โครงข่ายรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางที่เปิดให้บริการแล้ว 14 สาย รวมระยะทางกว่า 280 กิโลเมตร และยังมีโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ ที่กำลังก่อสร้าง เช่น สายสีส้มและสายสีม่วง
นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันโครงการส่วนต่อขยายสายสีแดง ทั้งช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และช่วงตลิ่งชัน-ศิริราช-ศาลายา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2569 นี้ ในด้านการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ประเทศไทยเร่งพัฒนารถไฟทางคู่ครอบคลุมระยะทางกว่า 2,472 กิโลเมตร โดยระยะที่สองกำลังรอการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี เพื่อยกระดับการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูง ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ที่ก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 51.73 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2571 รวมถึงแผนงานสำหรับเส้นทางนครราชสีมา-หนองคาย และโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเร่งรัดการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบราง เพื่อเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การเติบโตของเมืองและความต้องการการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขยายโครงข่ายรถไฟฟ้าในเขตเมือง เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชนและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ขณะเดียวกัน การพัฒนารถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการเชื่อมโยงภูมิภาคและประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการเป็นประตูการค้าและโลจิสติกส์ที่สำคัญของอาเซียน
ความสนใจจาก EABC จึงเป็นโอกาสอันดีในการนำเอาประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากยุโรปมาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การพัฒนาระบบรางของไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล และเปิดช่องทางใหม่ๆ สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและสหภาพยุโรป
ผลจากการหารือดังกล่าวคาดว่าจะนำไปสู่การสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างไทยและยุโรป ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการลงทุน การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การที่ประเทศไทยมีกฎหมายรองรับกิจการขนส่งทางรางฉบับใหม่ คือ พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ยิ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการขนส่งทางรางให้เป็นระบบและทันสมัย
อย่างไรก็ตาม มีข้อกำหนดที่ระบุให้ผู้ประกอบการต้องเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งตามกฎหมายไทย และมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ซึ่งเป็นประเด็นที่นักลงทุนต่างชาติจะต้องพิจารณา กระทรวงคมนาคมได้แสดงท่าทีพร้อมเปิดกว้างสำหรับโอกาสการลงทุนภายใต้กรอบกฎหมายดังกล่าว และพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือเพื่อผลักดันการพัฒนาระบบรางของไทยให้ก้าวหน้าทัดเทียมสากล
การพบปะหารือครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีและความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช กล่าวสรุปว่า การพูดคุยครั้งนี้มีคุณูปการอย่างยิ่งในการกระชับความสัมพันธ์และเปิดประตูสู่ความร่วมมือเชิงลึกในอนาคต กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการระบบรางต่างๆ ตามแผนที่วางไว้ พร้อมกับเปิดรับการลงทุนและการแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญจากพันธมิตรยุโรป เพื่อให้ประเทศไทยสามารถบรรลุเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน ความคืบหน้าของโครงการสำคัญต่างๆ รวมถึงการบังคับใช้ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไป เพื่อให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของไทยเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุด