ประเทศไทยเร่งเครื่องยกระดับระบบคมนาคมครั้งใหญ่ วางเป้าหมายสร้างโครงข่ายขนส่งยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตประชาชน โดย กระทรวงคมนาคม เดินหน้าผลักดันแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมทุกมิติ หวังยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานถูกวางให้เป็นกลไกหลักในการกระจายโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และเชื่อมโยงเมืองหลักสู่ภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการเดินทางของประชาชนและการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการบูรณาการแผนงานภายใต้กรอบแม่บท MR-MAP ที่มุ่งจัดระเบียบโครงข่ายถนนและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองให้สอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจ
ในภาคระบบราง โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง และรถไฟฟ้าในเขตเมืองยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการยกระดับการเดินทาง ลดต้นทุนโลจิสติกส์ และเพิ่มความปลอดภัย ขณะที่ภาคการขนส่งทางน้ำ มีการปรับปรุงท่าเรือในพื้นที่ยุทธศาสตร์และเมืองท่องเที่ยว เพื่อรองรับการค้าและการเดินเรือที่เพิ่มขึ้น

ด้านการบิน การพัฒนาท่าอากาศยานหลักและภูมิภาคยังเดินหน้าต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้เทียบเท่าสากล รองรับทั้งการเดินทางภายในประเทศและระหว่างประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง
อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการผลักดันคมนาคมสีเขียว โดยส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะและยานยนต์พลังงานสะอาด เช่น รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) และขบวนรถไฟรุ่นใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ เพื่อลดปัญหามลภาวะในเมืองใหญ่และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว
แนวคิด “ล้อ–ราง–เรือ–อากาศ” ถูกนำมาใช้เป็นแกนหลักในการออกแบบระบบขนส่งยุคใหม่ โดยเน้นการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อระหว่างรูปแบบการเดินทาง พร้อมพัฒนาระบบตั๋วร่วมและระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งหลักได้ง่ายขึ้น ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองสำคัญของภูมิภาค
การยกระดับคมนาคมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่เป็นการวางรากฐานสู่อนาคตที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกันอย่างสมดุล มุ่งสร้างระบบขนส่งที่ปลอดภัย ทันสมัย และทั่วถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยและเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศในเวทีโลกอย่างยั่งยืน