ท่ามกลางชั้นวางหนังสือที่สูงเสียดฟ้าและเต็มไปด้วยฝุ่นผงแห่งเวลา ชายชรานามว่าเอเลียสเฝ้ามองขวดโหลแก้วใบเล็กที่วางอยู่บนแท่นศิลาเย็นเยียบ ภายในนั้นมีผีเสื้อแก้วสีใสราวกับผลึกน้ำแข็งขยับปีกอย่างเชื่องช้า แสงจันทร์จากหน้าต่างบานสูงทอดผ่านปีกของมัน ก่อให้เกิดภาพจำลองของทุ่งหญ้าที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีฟ้าและเสียงหัวเราะที่เลือนหายไปจากความทรงจำของมนุษย์นานมาแล้ว

เขาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปสัมผัสฝาขวดโหล ซึ่งถูกผนึกด้วยขี้ผึ้งสีดำสนิทที่ไม่มีวันละลาย ผีเสื้อตัวนั้นไม่ใช่แมลงธรรมดา แต่มันคือเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณที่ถูกกักขังไว้โดยคำสาปของจอมเวทผู้ล่วงลับ เอเลียสรู้ดีว่าหากเขาเปิดฝาออก ความทรงจำที่เจ็บปวดจะไหลทะลักออกมาดั่งน้ำป่าที่พังทลายเขื่อนกั้น แต่เขาก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นมันถูกขังอยู่ในพื้นที่สุญญากาศเช่นนี้ต่อไป

"เจ้ายังคงรอคอยวันที่จะแตกสลายอยู่ใช่ไหม" เอเลียสกระซิบถาม เสียงของเขาแหบแห้งเหมือนใบไม้แห้งที่ขูดขีดไปบนพื้นหิน ผีเสื้อแก้วหยุดขยับปีกทันทีราวกับว่ามันกำลังรับฟังคำถามนั้น ร่างกายใสสะอาดของมันสะท้อนใบหน้าอันเหี่ยวย่นของชายชรากลับมาอย่างชัดเจนจนเขารู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ

มันขยับปีกอีกครั้งคราวนี้รุนแรงกว่าเดิม จนขวดโหลเริ่มสั่นสะเทือนไปตามจังหวะของการกระพือ เอเลียสหยิบมีดสั้นที่สลักด้วยอักขระโบราณขึ้นมาหวังจะกะเทาะขี้ผึ้งที่ปิดผนึกไว้ เขาตระหนักว่าการตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปลดปล่อยผีเสื้อ แต่มันคือการยอมรับความผิดพลาดที่เขาเคยทำไว้ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน ซึ่งเขาได้เลือกที่จะผนึกเหตุการณ์เหล่านั้นไว้ในขวดโหลเพื่อหนีจากความจริง

"ข้าขอโทษที่ขังเจ้าไว้เพื่อแลกกับความสงบสุขที่จอมปลอม" เขาพูดพร้อมกับจ่อปลายมีดลงบนขี้ผึ้งสีดำ แสงสีฟ้าจากภายในขวดโหลเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นจนห้องทั้งห้องถูกอาบไปด้วยสีสันแห่งความโศกเศร้า เสียงเพลงกล่อมเด็กที่เขาเคยร้องให้กับลูกสาวผู้ล่วงลับดังแว่วออกมาจากรอยร้าวที่เริ่มปรากฏบนฝาขวดแก้ว

ทันใดนั้น รอยร้าวบนฝาขวดก็ขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของดอกไม้ป่าและควันไฟลอยอบอวลไปทั่วห้อง ผีเสื้อแก้วเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนรูปร่างไปมา มันไม่ใช่ผีเสื้ออีกต่อไป แต่มันคือเงาของเด็กน้อยที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กลางทุ่งหญ้าที่กำลังจะมอดไหม้ เอเลียสรู้สึกถึงแรงกระแทกที่พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเขา ราวกับความทรงจำนับพันปีถูกอัดแน่นลงมาในชั่วพริบตาเดียว

ชายชราล้มลงคุกเข่ากับพื้นหิน น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนขวดโหลที่แตกกระจาย ผีเสื้อแก้วตัวนั้นสลายกลายเป็นละอองดาวที่พุ่งทะลุหน้าต่างออกไปสู่ท้องฟ้ามืดมิด ทิ้งให้เขาอยู่กับความเงียบที่หนักอึ้งกว่าครั้งไหนๆ ทว่าในความเงียบนั้น เขากลับได้ยินเสียงหัวเราะของเด็กน้อยดังก้องอยู่ในใจอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกในรอบศตวรรษ

เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเศษแก้วที่กระจัดกระจายบนพื้น ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินหัวใจมาเนิ่นนานเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่งดงาม แสงจันทร์ยังคงสาดส่องลงมายังจุดที่ขวดโหลเคยตั้งอยู่ ชายชราหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ปล่อยให้ความทรงจำที่เพิ่งได้รับกลับคืนมาโอบกอดเขาไว้ในนาทีสุดท้ายของชีวิต ท่ามกลางหอคอยที่กำลังจะพังทลายลงตามกาลเวลาที่หวนคืนมาอีกครั้ง