ภายในห้องโดยสารของยานสำรวจอวกาศ 'เอคโค่-ไนน์' ที่ลอยตัวอยู่นอกวงโคจรของดาวเคราะห์สีคราม เอเลียสกำลังจ้องมองนาฬิกาทรายสุญญากาศที่วางอยู่บนแผงควบคุม แรงสั่นสะเทือนจากละอองไอโซโทปที่อยู่ภายในแก้วควอตซ์เริ่มรุนแรงขึ้นจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมเล็ก บ่งบอกว่าความหนาแน่นของอนุภาคในห้องปิดตายนี้กำลังแปรปรวนเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ระบบเซนเซอร์จะประเมินได้
เขาขยับตัวเข้าใกล้แผงควบคุมเพื่อปรับจูนความถี่ของสนามพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าหวังจะหยุดการสั่นสะเทือนนั้น แต่ยิ่งเขาพยายามควบคุม อุปกรณ์กลับตอบสนองด้วยแสงสีฟ้าสว่างวาบจนดวงตาพร่ามัว พื้นผิวโลหะรอบตัวเริ่มแสดงรอยร้าวขนาดจิ๋วที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วราวกับมีกระแสพลังงานมหาศาลไหลผ่านเนื้อวัสดุโดยตรง
"สถานีฐาน นี่คือเอคโค่-ไนน์ ได้ยินแล้วตอบด้วย ความดันไอโซโทปในห้องเก็บตัวอย่างพุ่งสูงเกินขีดจำกัดแล้ว" เอเลียสกดปุ่มสื่อสารซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงเสียงซ่าของคลื่นรบกวนที่ฟังดูคล้ายเสียงกระซิบจากความว่างเปล่า เขาตัดสินใจละมือจากแผงบังคับแล้วเอื้อมไปคว้าอุปกรณ์ยับยั้งอนุภาคที่แขวนอยู่บนผนังห้อง ทว่าปลายนิ้วของเขากลับทะลุผ่านวัสดุไปราวกับมันเป็นเพียงภาพโฮโลแกรมที่ไร้ตัวตน
"มันไม่ใช่ระบบล้มเหลว แต่มันคือการแทรกซึมของมิติที่สาม" เอเลียสพึมพำกับตัวเองขณะมองเห็นนาฬิกาทรายที่แตกละเอียดทิ้งละอองไอโซโทปสีทองให้ลอยคว้างกลางอากาศในสภาวะไร้น้ำหนัก เขาเข้าใจแล้วว่าเศษเสี้ยวของเวลาที่ถูกกักขังอยู่ภายในนั้นกำลังพยายามกลับคืนสู่สภาวะธรรมชาติของมัน ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกหน้าต่างยานเปลี่ยนไปเป็นชายชราผู้ที่กำลังมองกลับมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
เขารวบรวมสมาธิคว้าคานนิรภัยเพื่อยึดร่างตัวเองไว้กับที่นั่ง แต่ละอองแสงสีทองได้พุ่งเข้าปะทะกับแผงวงจรหลักจนเกิดระเบิดเล็กๆ ขึ้นภายในเครื่องยนต์ขับเคลื่อน แรงกระแทกส่งผลให้ยานหมุนคว้างไปตามแรงเหวี่ยงของสนามโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยวจากละอองไอโซโทปที่กระจายตัวอยู่ทั่วห้อง เครื่องยนต์ส่งเสียงคำรามก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว
"ถ้าฉันต้องติดอยู่ในห้วงเวลานี้ ก็ขอให้มันเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้ทำหน้าที่สำเร็จ" เอเลียสตัดสินใจกดปุ่มสั่งการขั้นสุดท้ายที่เชื่อมต่อตัวยาเข้ากับหัวใจของดวงดาวเบื้องล่าง เขาไม่สนใจความเสี่ยงที่จะถูกแรงอัดของเวลาฉีกกระชากร่างให้กลายเป็นเพียงอนุภาคพื้นฐานอีกต่อไป มือของเขาบรรจงใส่รหัสปลดล็อกสุดท้ายลงบนแป้นพิมพ์ที่เริ่มสลายตัวกลายเป็นไอ
ทันใดนั้น แรงดึงดูดมหาศาลจากแกนกลางของดาวเคราะห์ได้ดึงเอายานเอคโค่-ไนน์ให้พุ่งดิ่งลงสู่ชั้นบรรยากาศอย่างรวดเร็ว ละอองไอโซโทปที่ลอยฟุ้งอยู่ภายในห้องเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวตามแรงเหวี่ยงของอากาศที่เสียดสีกับตัวยาน ความร้อนสูงขึ้นจนห้องโดยสารเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทุกการเคลื่อนไหวของเขากลายเป็นภาพซ้อนทับกันหลายชั้นราวกับกาลเวลาถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ
เมื่อแรงปะทะสงบลงเอเลียสลืมตาขึ้นพบว่ายานไม่ได้จมลงสู่พื้นดิน แต่เขากลับลอยอยู่เหนือผืนมหาสมุทรที่ทำจากผลึกแก้วใสสะอาด นาฬิกาทรายสุญญากาศที่ควรจะแตกสลายไปแล้วกลับมาวางอยู่บนตักของเขาในสภาพสมบูรณ์ไร้รอยขีดข่วน ละอองไอโซโทปภายในนั้นหยุดนิ่งสนิทราวกับเวลาทั้งจักรวาลได้ถูกกดปุ่มหยุดพักไว้ชั่วคราว ณ วินาทีนั้นเขารู้ดีว่าภารกิจสำรวจได้จบลงแล้ว แต่การเดินทางข้ามผ่านรอยแยกแห่งกาลเวลาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น