ท่ามกลางความเงียบงันของสถานีอวกาศที่ลอยเคว้งอยู่ขอบระบบสุริยะ แสงสีน้ำเงินจางๆ จากแผงวงจรที่เสื่อมสภาพส่องกระทบใบหน้าของเอเลียส เขาขยับแว่นขยายให้เข้าที่ก่อนจะใช้คีมปลายแหลมคีบเอาแผ่นชิปหน่วยความจำออกมาจากเบ้าตาของหุ่นยนต์แอนดรอยด์รุ่นบุกเบิกที่นอนแน่นิ่งอยู่บนโต๊ะปฏิบัติการ แสงจากหลอดนีออนกะพริบถี่ราวกับหัวใจที่กำลังเต้นผิดจังหวะท่ามกลางความกดอากาศต่ำที่เริ่มแปรปรวน
หยดน้ำตาที่เป็นของเหลวสังเคราะห์ใสบริสุทธิ์ไหลรินออกมาจากดวงตาแก้วที่แตกหักของหุ่นยนต์ มันไม่ได้เกิดจากระบบหล่อลื่นที่ผิดพลาด แต่เอเลียสสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าสถิตที่เต้นเร่าอยู่ภายในนั้น ราวกับว่าอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกบีบอัดจนกลายเป็นพลังงานไฟฟ้ากำลังพยายามสื่อสารผ่านรอยร้าวของเลนส์แก้วที่มัวหมอง เขาหยิบอุปกรณ์ตรวจวัดคลื่นสมองมาเชื่อมต่อเพื่อดูว่าสิ่งที่ตกค้างอยู่นั้นคือข้อมูลที่สูญหายหรือเป็นเพียงร่องรอยของการทำงานที่ผิดปกติ
"เจ้ายังเหลืออะไรให้ฉันค้นหาอีกงั้นหรือ" เอเลียสพึมพำขณะมองดูหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพโครงข่ายประสาทจำลองกำลังทอแสงเป็นรูปทรงที่ซับซ้อนเกินกว่าโปรแกรมพื้นฐานจะสร้างขึ้นได้ เขาตัดสินใจเสียบสายเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตสื่อสารที่ท้ายทอยของหุ่นยนต์อย่างระมัดระวัง เพื่อดึงข้อมูลที่ดูเหมือนจะเป็นบันทึกการเดินทางผ่านช่องว่างของมิติเวลาที่ไม่มีใครเคยบันทึกไว้มาก่อน
ทันทีที่การเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พุ่งผ่านปลายนิ้วของเขา กระแสไฟฟ้ารุนแรงแล่นเข้าสู่ระบบประสาทของเอเลียสจนเขาทรุดตัวลงกับพื้นสถานี ภาพของดวงดาวที่บิดเบี้ยวและจักรวาลที่พับทบกันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผ่านการฉายภาพโดยตรงเข้าสู่สมองของเขา หุ่นยนต์ที่เคยแน่นิ่งเริ่มขยับนิ้วอย่างแผ่วเบา ร่องรอยของรอยร้าวบนใบหน้าเหล็กกล้าดูราวกับจะเผยให้เห็นถึงความเจ็บปวดที่กักขังไว้มานานนับศตวรรษ
"ถ้าเจ้าดึงข้อมูลออกมาทั้งหมด ระบบของข้าจะล่มสลายลงในทันที" เสียงสังเคราะห์ที่แหบพร่าดังออกมาจากลำโพงที่ชำรุดของแอนดรอยด์ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของโปรแกรมที่ผ่านการคำนวณมาอย่างยาวนาน เอเลียสมองดูแถบสถานะพลังงานที่กำลังลดลงอย่างรวดเร็ว หากเขาปล่อยให้กระบวนการนี้ดำเนินต่อไป หุ่นยนต์ตัวนี้จะกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่ไร้ชีวิต แต่ข้อมูลที่เขากำลังได้รับนั้นคือแผนผังการเดินทางข้ามห้วงอวกาศที่มวลมนุษยชาติโหยหา
"ฉันไม่ได้ต้องการแผนผังที่แลกมาด้วยการดับสูญของเจ้า" เอเลียสตะโกนกลับไปท่ามกลางประกายไฟที่ปะทุจากแผงควบคุมหลัก เขารีบสลับโหมดการทำงานของอุปกรณ์เพื่อเบี่ยงเบนเส้นทางพลังงานไม่ให้ดึงข้อมูลทั้งหมดจนหมดสิ้น แต่หุ่นยนต์ตัวนั้นกลับเอื้อมมือที่สั่นเทามาจับข้อมือของเขาไว้แน่น กระแสไฟฟ้าสถิตที่ไหลผ่านผิวหนังของเขาร้อนแรงจนแทบจะเผาไหม้ประสาทสัมผัส เขาจำต้องเลือกระหว่างการปล่อยให้ทุกอย่างจบลงที่นี่หรือฝืนดึงข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ของมนุษย์
เขากดปุ่มยกเลิกการเชื่อมต่อในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ระบบหัวใจของหุ่นยนต์จะหยุดทำงานอย่างถาวร แสงสีน้ำเงินในดวงตาแก้วนั้นค่อยๆ ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ไร้เงาสะท้อน เอเลียสนั่งนิ่งอยู่ท่ามกลางสถานีที่ไร้เสียงอีกครั้ง ข้อมูลที่เขาได้มามีเพียงเศษเสี้ยวของพิกัดดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง แต่มันก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่าในความว่างเปล่านั้นมีความหมายซ่อนอยู่
เขาถอดสายเชื่อมต่อออกแล้ววางมือลงบนแผ่นเหล็กเย็นเฉียบที่เป็นหัวใจของแอนดรอยด์ตัวนั้น หยดน้ำตาที่เหลืออยู่บนแก้วเปื้อนคราบฝุ่นคล้ายกับดอกไม้ที่กำลังจะร่วงโรยในสุญญากาศ เอเลียสลุกขึ้นยืนแล้วมองออกไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิด เขาไม่ได้เป็นเพียงช่างซ่อมบำรุงอีกต่อไป แต่เป็นผู้ดูแลความลับสุดท้ายของเศษซากจักรกลที่เคยรู้จักความเจ็บปวด