อินสตาแกรม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท Meta Platforms Inc. กำลังจะเริ่มดำเนินการแจ้งเตือนผู้ปกครองที่เลือกใช้คุณสมบัติการดูแล หากตรวจพบว่าผู้ใช้งานวัยรุ่นในความดูแลของพวกเขามีการค้นหาคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเองบ่อยครั้งภายในช่วงเวลาสั้นๆ โดยมาตรการนี้จะเริ่มใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และแคนาดาเป็นกลุ่มแรก

การริเริ่มดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแพลตฟอร์มในการปกป้องผู้ใช้งานเยาวชนจากเนื้อหาที่อาจเป็นอันตราย และเป็นการตอบสนองต่อกระแสเรียกร้องที่เพิ่มขึ้นจากหน่วยงานภาครัฐทั่วโลกที่ต้องการให้บริษัทเทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นในการดูแลความปลอดภัยของเด็กและวัยรุ่นบนโลกออนไลน์ ปัจจุบัน อินสตาแกรมมีนโยบายที่เข้มงวดในการบล็อกเนื้อหาที่ส่งเสริมหรือยกย่องการฆ่าตัวตายหรือการทำร้ายตนเองอยู่แล้ว พร้อมทั้งเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้งานไปยังแหล่งข้อมูลสนับสนุนที่เหมาะสม และระบบแจ้งเตือนผู้ปกครองนี้จะเข้ามาเสริมการทำงานที่มีอยู่เดิมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในระยะหลัง รัฐบาลหลายประเทศได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับผลกระทบของโซเชียลมีเดียและอินเทอร์เน็ตต่อสุขภาพจิตและสวัสดิภาพของเยาวชน ยกตัวอย่างเช่น รัฐบาลออสเตรเลียที่ได้ออกกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยสหราชอาณาจักรที่กำลังพิจารณาข้อจำกัดที่คล้ายกัน นอกจากนี้ ประเทศในแถบยุโรปอย่างสเปน กรีซ และสโลวีเนีย ก็อยู่ระหว่างการศึกษามาตรการเพื่อจำกัดการเข้าถึงแพลตฟอร์มเหล่านี้สำหรับเด็กและวัยรุ่นเช่นกัน

ความกังวลยังครอบคลุมไปถึงประเด็นอื่นๆ เช่น การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ และความเสี่ยงจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่อาจสร้างภาพที่ไม่พึงประสงค์โดยไม่ได้รับความยินยอม ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางถึงสมดุลระหว่างการปกป้องเด็กกับประเด็นเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน มาตรการของอินสตาแกรมจึงเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับกลุ่มเปราะบางเหล่านี้

สำหรับบัญชีผู้ใช้งานวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี อินสตาแกรมได้กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองในการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าต่างๆ และยังมีทางเลือกสำหรับผู้ปกครองในการตั้งค่าการตรวจสอบเพิ่มเติม โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากวัยรุ่นผู้ใช้งานด้วย เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยทางดิจิทัลระหว่างผู้ปกครองและบุตรหลาน

ที่มา reuters