ราคาทองคำในตลาดโลกเผชิญกับการปรับฐานลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงการซื้อขายวันอังคารที่ผ่านมา โดยร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 21 วัน เนื่องจากนักลงทุนเริ่มหันมาเทขายทำกำไรท่ามกลางการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่เป็นปัจจัยกดดันหลัก นอกจากนี้ ตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะระมัดระวังเพื่อรอความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางการจัดเก็บภาษีนำเข้าของรัฐบาลสหรัฐฯ และผลการเจรจาทางการทูตครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุโรป

รายงานการซื้อขายระบุว่าราคาทองคำสปอต (Spot Gold) ปรับตัวลดลงประมาณ 1.4% ลงมาอยู่ที่ระดับ 5,158.24 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ สำหรับส่งมอบเดือนเมษายนมีการปรับลดลง 0.9% มาเคลื่อนไหวที่ 5,176.30 ดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ที่ขยับขึ้น 0.1% ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อทองคำจากนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น เนื่องจากทำให้โลหะมีค่าชนิดนี้มีราคาแพงขึ้นในเชิงเปรียบเทียบ

ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การลงทุนจากคิทโก เมทัลส์ วิเคราะห์ว่าการลดลงของราคาในรอบนี้เป็นเพียงการพักฐานชั่วคราวหลังจากที่ราคาทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ โดยมองว่าปัจจัยพื้นฐานยังคงมีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะประคองราคาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม การที่ราคาจะพุ่งทะลุเพดานสูงสุดเดิมไปได้นั้นอาจต้องอาศัยปัจจัยกระตุ้นใหม่ๆ โดยเฉพาะจากประเด็นทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เข้มข้นขึ้น เนื่องจากปัจจุบันราคาทองคำเริ่มเผชิญกับแนวต้านที่ค่อนข้างหนาแน่นเมื่อเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับบริบททางเศรษฐกิจและการเมืองที่เป็นตัวแปรสำคัญในขณะนี้ คือความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการประกาศเจตจำนงที่จะปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเป็น 15% ภายหลังจากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับขอบเขตการใช้อำนาจฉุกเฉิน ซึ่งส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวนอย่างหนักในช่วงแรกของการซื้อขาย นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามการเจรจาปัญหานิวเคลียร์รอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ณ กรุงเจนีวา ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งความตึงเครียดที่ยังคงมีอยู่ระหว่างสองประเทศนี้เป็นปัจจัยที่คอยค้ำยันสถานะของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ในปัจจุบัน สหรัฐฯ ได้เริ่มดำเนินการจัดเก็บภาษี 10% สำหรับกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้ระบุข้อยกเว้นตามแผนงานเดิมที่เคยประกาศไว้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกและการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ โดยธรรมชาติของทองคำมักจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงที่มีความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจหรือความเสี่ยงทางสงคราม แต่ความแข็งแกร่งของค่าเงินดอลลาร์และการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญที่จำกัดช่วงขาขึ้นของราคาทองคำในระยะสั้นนี้