เกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่อย่าง “คุ้มเสือ” หลังพบเสือโคร่งล้มป่วยและทยอยตายจำนวนมาก ส่งผลให้ต้องประกาศปิดให้บริการชั่วคราว 14 วัน เพื่อตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้นผลชันสูตรพบอาการปอดอักเสบรุนแรง แต่สาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียด ท่ามกลางความโศกเศร้าของพี่เลี้ยงและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลสัตว์

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ ปศุสัตว์อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคุ้มเสือในพื้นที่อำเภอแม่ริมอีกครั้ง เพื่อตรวจสภาพแวดล้อม จุดเลี้ยงดู รวมถึงเก็บตัวอย่างอาหารสัตว์ส่งตรวจที่โรงพยาบาลสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อวิเคราะห์หาต้นตอการระบาดอย่างชัดเจน

ข้อมูลที่รายงานต่อกรมปศุสัตว์ระบุว่า มีเสือโคร่งตายรวมแล้ว 72 ตัว แยกเป็นคุ้มเสือแม่ริม 21 ตัว และคุ้มเสือแม่แตง 51 ตัว ปัจจุบันเหลือเสือโคร่งในความดูแลรวม 124 ตัว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบไทม์ไลน์การป่วยและการตายอย่างต่อเนื่อง

ลำดับเหตุการณ์เริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อพบเสือโคร่งที่คุ้มเสือแม่แตงมีอาการซึมและป่วยถึง 31 ตัว ก่อนจะเริ่มมีรายงานการตายในวันถัดมา จากนั้นจำนวนการตายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในพื้นที่แม่แตงและแม่ริม บางช่วงมีการเคลื่อนย้ายเสือจากแม่ริมไปยังแม่แตงเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ แต่ก็ยังพบการสูญเสียเพิ่มขึ้นในหลายวันถัดมา กระทั่งวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ยังคงพบเสือป่วยและเสียชีวิตเพิ่มเติม แม้บางจุดจะไม่พบการตายเพิ่มแล้วก็ตาม

ผู้สื่อข่าวยังได้สอบถามไปยังหน่วยงานที่มีการดูแลเสือในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่เปิดเผยว่า ได้ยกเลิกการให้อาหารประเภทไก่กับสัตว์กลุ่มเสือมานานแล้ว เนื่องจากกังวลโรคสัตว์ปีกที่อาจปนเปื้อน จึงปรับเปลี่ยนเป็นอาหารประเภทอื่นแทน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านโรคติดต่อ

สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ยังต้องรอผลการผ่าชันสูตรจากโรงพยาบาลสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้เคยมีการส่งตัวอย่างซากไปตรวจที่ส่วนกลาง ซึ่งผลระบุเกี่ยวข้องกับไข้หวัดนก อย่างไรก็ตาม ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้แถลงข่าวที่กรุงเทพมหานคร โดยระบุว่าสาเหตุการตายครั้งนี้มาจากโรคไข้หัดแมว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและควบคุมโรคอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเพิ่มเติม