เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา คณะผู้บริหารระดับสูงของจังหวัดหนองคาย นำโดย นายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมด้วย นายไพทูรย์ มหาชื่นใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายสุชาติ ทอนมณี ปลัดจังหวัด นายแพทย์สุรพงษ์ ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย รวมถึงผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันแถลงข่าวความสำเร็จในการจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย พร้อมของกลางจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายยาแก้ไอปลอม ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 5.5 ล้านบาท ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการสนธิกำลังระหว่างหน่วยงานปกครอง ตำรวจ และสาธารณสุข เพื่อปราบปรามขบวนการผลิตยาผิดกฎหมายในพื้นที่
การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก นายจักรพงศ์ พันธุ์เพ็ง นายอำเภอเมืองหนองคาย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับห้องเช่าสามห้องบริเวณถนนเนินพระเนาว์-นาคลอง ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย ที่มักมีกลิ่นสารเคมีรุนแรงและเสียงดังผิดปกติในเวลากลางคืน สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย เพื่อนำกำลังเข้าตรวจสอบเมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา ภายในห้องเช่าที่ได้รับการร้องเรียน เจ้าหน้าที่ได้พบการแปรสภาพเป็นโรงงานผลิตขนาดเล็ก และจับกุมบุคคลสี่รายที่กำลังช่วยกันบรรจุผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำลงในขวด ซึ่งข้างขวดระบุว่าเป็นยาแก้ไอ แต่กลับไม่มีเอกสารอนุญาตการผลิตหรือจำหน่ายจากหน่วยงานราชการใดๆ
จากการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นจุดที่ใช้สำหรับบรรจุยาแก้ไอปลอมเหล่านี้ลงในกล่องพัสดุ เพื่อเตรียมจัดส่งให้กับลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นและผู้เสพยาเสพติดในประเทศ รวมถึงมีการลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านบริการขนส่งเอกชนด้วย ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วย แอมโมเนียมคลอไรด์ 43 กิโลกรัม ยาแก้ไอที่บรรจุขวดแล้ว 200 ขวด ยาแก้ไอที่ยังไม่บรรจุขวดอีก 75 ถัง รวมทั้งน้ำเชื่อมกลูโคส 41 ถัง สารแต่งสี สารแต่งกลิ่น กลีเซอรีน น้ำตาลทราย ขวดเปล่ากว่า 85,600 ขวด ฝาขวด 21,000 ฝา และเครื่องจักรสำหรับบรรจุและรัดกล่องรวมทั้งหมด 22 รายการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำของกลางทั้งหมดส่งมอบให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคายเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และจะมีการส่งตัวอย่างยาแก้ไอไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันส่วนผสมอย่างละเอียด
นายแพทย์สุรพงษ์ ผดุงเวียง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเป็นยาเหล่านี้ว่า ถือเป็นการผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 12 ที่ระบุห้ามผู้ใดผลิต ขาย หรือนำเข้ายาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวยังเข้าข่ายผลิตยาปลอมตามมาตรา 72 และ 73 (3) ซึ่งมีบทลงโทษที่รุนแรงกว่า คือจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 50,000 บาท แพทย์ยังเน้นย้ำถึงอันตรายของการนำยาแก้ไอ แก้หวัด หรือยาแก้แพ้ ไปผสมกับสารเสพติดอื่นๆ เช่น กระท่อม ซึ่งจะกระตุ้นระบบประสาท หรือทามาดอลที่ทำให้เกิดอาการเคลิบเคลิ้ม ซึ่งล้วนเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อร่างกายและสมอง ทำให้ผู้เสพเกิดการติดยาและต้องเพิ่มปริมาณการเสพอย่างต่อเนื่อง