บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมเข้าสู่การเจรจาครั้งสำคัญในวันพรุ่งนี้ (27 กุมภาพันธ์) เพื่อยืนยันจุดยืนในการพัฒนาโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่เดิมที่กำหนดไว้แต่แรก ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่นอกเขตการบิน (Landside) ท่ามกลางข้อเสนอให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่จากบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่ต้องการพื้นที่เดิมสำหรับพัฒนาเชิงพาณิชย์

นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของการบินไทย เปิดเผยว่า โครงการ MRO ขนาด 210 ไร่แห่งนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว และถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมการบินของประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องการจัดสรรพื้นที่ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งคลี่คลาย UTA ได้เสนอให้การบินไทยย้ายโครงการไปยังพื้นที่ในเขตการบิน (Airside) ซึ่งอยู่บริเวณกึ่งกลางทางวิ่ง โดยให้เหตุผลว่าพื้นที่ Landside เดิมจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

ฝ่ายการบินไทยแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าว โดยระบุว่าการย้ายไปยังพื้นที่ Airside อาจก่อให้เกิดปัญหาด้านการปฏิบัติการทางเทคนิคอย่างรุนแรง เนื่องจากศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานจำเป็นต้องมีการเคลื่อนย้ายพนักงานเข้าออกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากต้องปฏิบัติงานในเขตการบินที่มีข้อจำกัดและระเบียบที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการทำงาน ดังนั้น การบินไทยจึงยืนกรานที่จะพัฒนาโครงการบนพื้นที่เดิมที่ได้ศึกษาและวางแผนไว้

หากการเจรจาครั้งนี้ได้ข้อสรุปที่ยืนยันให้การบินไทยสามารถใช้พื้นที่เดิมได้ ทางบริษัทจะนำผลการหารือเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อรับทราบ ก่อนที่จะดำเนินการลงนามสัญญาเช่าที่ดินกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการจัดทำขอบเขตของงาน (TOR) ซึ่งใช้เวลาประมาณ 7-8 เดือน และตั้งเป้าเริ่มการก่อสร้างภายในปี 2570 เพื่อให้ศูนย์ซ่อมบำรุงพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในปี 2573

โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภาถือเป็นเสาหลักในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายใต้แผนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้และเสริมศักยภาพให้กับการบินไทยที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ แต่ยังจะสร้างงานและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคนิคการบินระดับสูงให้กับบุคลากรในประเทศอีกด้วย