ท่ามกลางพายุหิมะที่พัดกระหน่ำจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายเท้าของตัวเอง เอเลียสกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์หนาเตอะของเขาแน่นขึ้น ความหนาวเหน็บไม่ได้กัดกินเพียงแค่ผิวหนัง แต่ดูเหมือนมันจะแทรกซึมไปถึงกระดูกสันหลังจนทำให้เขาสั่นสะท้าน มือที่สวมถุงมือหนังเก่าคร่ำคร่าประคองเข็มทิศทองเหลืองไว้แนบอก ซึ่งในยามนี้เข็มทิศไม่ได้บอกทิศเหนือหรือใต้ แต่มันกลับสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับมีชีวิต

เขาหยุดยืนอยู่หน้าซากปรักหักพังของวิหารโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงชัน เสียงลมหวีดหวิวผ่านช่องว่างของกำแพงหินราวกับเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกลืม เอเลียสเปิดฝาเข็มทิศออก เผยให้เห็นเศษเกล็ดมังกรสีมรกตที่ถูกฝังลงไปตรงกลางหน้าปัด มันกำลังเปล่งแสงเรืองรองตัดกับสีขาวโพลนของพิมเสนหิมะรอบข้าง

"เจ้าบอกทางข้าไม่ได้หรือไงกัน ทั้งที่ข้าอุตส่าห์แบกเจ้ามาไกลถึงเพียงนี้" เอเลียสพึมพำกับอุปกรณ์ในมือพลางเคาะหน้าปัดเบาๆ หวังจะให้เข็มที่ขัดข้องกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่สิ่งที่ตอบสนองเขากลับไม่ใช่การหมุนของเข็มเหล็ก ทว่าเป็นความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากเกล็ดมังกรจนเขารู้สึกแสบฝ่ามือ

จู่ๆ แสงสีมรกตก็ระเบิดออกเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่รอบตัวเขา พายุหิมะที่เคยบ้าคลั่งหยุดนิ่งสนิทราวกับเวลาถูกแช่แข็งไว้ในบ่วงบาศแห่งมนตรา เอเลียสเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาร่างขนาดมหึมาของสิ่งมีชีวิตในตำนานปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ มันคือมังกรแห่งพงไพรที่เขาสาบานว่าจะนำเศษเกล็ดที่หลุดหายมาคืนที่นี่เพื่อแลกกับการนำทางกลับสู่มาตุภูมิ

"เจ้ากล้าดีอย่างไรที่นำส่วนหนึ่งของข้ามาเหยียบย่ำในเขตศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้" เสียงกัมปนาทดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาจนพื้นดินสั่นสะเทือน มังกรตัวมหึมาโน้มหัวลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะใบหน้าของเอเลียส กลิ่นของป่าฝนและไอเวทมนตร์เข้มข้นอบอวลไปทั่วบริเวณจนเขารู้สึกหายใจลำบาก

เอเลียสคุกเข่าลงบนพื้นหิมะที่เริ่มละลายจากความร้อนของมังกร เขาชูเข็มทิศขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นเทา "ข้าไม่ได้มาเพื่อลบหลู่ แต่ข้ามาเพื่อส่งคืนสิ่งที่หายไปและขอร้องให้ท่านช่วยเปิดประตูมิติที่ข้าพลัดหลงมา ความหนาวเหน็บที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ข้าควรอยู่"

มังกรหรี่ตาลงมองมนุษย์ตัวจ้อยที่อยู่เบื้องล่างก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางจมูกเป็นละอองแสงสีทอง "มนุษย์มักจะอ้างถึงความพลัดหลงเสมอเมื่อพวกเขาต้องการในสิ่งที่ตัวเองไม่คู่ควร แต่เจ้าเป็นคนแรกในรอบร้อยปีที่ยอมแบกน้ำหนักของคำสาปนี้มาจนถึงยอดเขา"

สัตว์ร้ายยื่นกรงเล็บขนาดใหญ่มาสัมผัสที่หน้าปัดเข็มทิศ แสงสีมรกตจากเกล็ดมังกรพุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบนราวกับลำแสงนำทางที่แหวกม่านหมอกหนาทึบออกเป็นสองฝั่ง ประตูมิติที่เป็นแสงหมุนวนปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือวิหาร ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีเทามืดมิดกลับกลายเป็นภาพของทุ่งหญ้าเขียวขจีในดินแดนบ้านเกิดของเขา

"ไปเสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจและกลืนกินเจ้าลงไปพร้อมกับความโลภที่หลงเหลืออยู่ในใจ" มังกรคำรามเบาๆ ก่อนจะสะบัดปีกจนเกิดลมกระโชกแรงผลักร่างของเอเลียสให้ลอยละลิ่วเข้าไปในแสงสว่างนั้น ความหนาวเหน็บหายไปในชั่วพริบตา เหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายของป่าไม้ที่เขาโหยหามานานแสนนาน

เข็มทิศในมือของเอเลียสแตกละเอียดเป็นผงฝุ่นทันทีที่เขาเท้าแตะพื้นดินที่คุ้นเคย แสงสีมรกตจางหายไปจากโลกใบนี้เหมือนไม่เคยมีอยู่จริง ทิ้งไว้เพียงรอยไหม้เล็กๆ บนฝ่ามือที่คอยย้ำเตือนว่าการเดินทางที่ไร้จุดหมายนั้นสิ้นสุดลงแล้ว ท่ามกลางเสียงนกร้องในยามเช้า เอเลียสวางเศษซากทองเหลืองลงบนผืนหญ้าและเดินจากไปโดยไม่หันหลังกลับไปมองวิหารร้างบนยอดเขานั้นอีกเลย