ลมหนาวพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียดของหอคอยเวทมนตร์ที่ล่มสลาย เอเลน่ากระชับเสื้อคลุมตัวหนาเข้าหาตัวพลางก้าวเท้าผ่านกองเถ้าถ่านที่เคยเป็นหนังสือตำนานโบราณ สายตาของเธอจับจ้องไปยังถุงมือหนังเก่าคร่ำที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะทำงานทำด้วยหินอ่อนสีดำสนิท รอยขาดที่ปลายนิ้วของมันดูเหมือนจะเปล่งแสงสีม่วงจางๆ ออกมาเป็นจังหวะ ราวกับหัวใจที่พยายามเต้นอยู่ในความเงียบงัน

เธอยื่นมือที่สั่นเทาออกไปแตะสัมผัสถุงมือคู่นั้น ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวหนังที่แห้งกรัง เสียงแหลมเล็กเหมือนการดีดสายพิณก็ดังขึ้นในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงจากภายนอก แต่เป็นแรงสั่นสะเทือนที่วิ่งผ่านกระดูกสันหลังของเธอโดยตรง เอเลน่ารู้สึกได้ถึงกระแสเวทมนตร์ที่ค้างคาอยู่ในเส้นใยหนังที่ขาดวิ่นเหล่านั้น มันกำลังเตือนภัยถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นหินที่เธอกำลังยืนอยู่

"เจ้าไม่ได้ถูกทิ้งไว้ที่นี่เพื่อรอให้ฝุ่นจับเพียงอย่างเดียวใช่ไหม" เอเลน่าพึมพำกับความว่างเปล่า ขณะที่เธอค่อยๆ สวมถุงมือนั้นเข้ากับมือขวา ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นปราดเข้าสู่แขนจนเธอต้องขบฟันแน่น เมื่อหนังที่ขาดวิ่นเริ่มขยายตัวและถักทอตัวเองใหม่ด้วยเส้นแสงเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น มันดึงดูดพลังงานรอบข้างจนบรรยากาศในห้องเริ่มบิดเบี้ยวเป็นวงกว้าง

พื้นหินเบื้องล่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเศษอิฐร่วงหล่นลงมา เอเลน่ารีบถอยหลังไปชิดกำแพง ทว่าเส้นใยเวทมนตร์จากถุงมือนั้นกลับยืดออกราวกับมีชีวิต มันพุ่งเข้ายึดเกาะกับพื้นหินและฉุดกระชากให้แผ่นศิลาที่ปิดตายอยู่กลางห้องเปิดออกเผยให้เห็นโพรงลึกที่เต็มไปด้วยประกายไฟสีน้ำเงินเริงร่า "ฉันรู้ว่ามีอะไรบางอย่างที่พวกท่านพยายามปกปิดไว้ที่นี่" เธอตะโกนแข่งกับเสียงลมกรรโชกที่พุ่งขึ้นมาจากหลุมลึกนั้น

ความมืดมิดในโพรงหินเริ่มคลายตัวออก เผยให้เห็นกลไกเวทมนตร์โบราณที่ทำหน้าที่กักเก็บดวงวิญญาณแห่งธาตุเอาไว้ เอเลน่ารู้สึกได้ถึงแรงดึงมหาศาลที่พยายามจะดึงตัวเธอให้ตกลงไปข้างล่าง เธอปักหลักแน่น พยายามควบคุมเวทมนตร์ในถุงมือให้สงบลง แต่มันกลับตอบโต้ด้วยความรุนแรงยิ่งกว่าเดิมราวกับโกรธแค้นที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนานนับศตวรรษ

"หยุดเดี๋ยวนี้! ฉันไม่ได้มาเพื่อทำลายสมดุลของพวกท่าน" เอเลน่าประกาศกร้าวพร้อมกับยกมือขึ้นชูเหนือหัว แสงสว่างสีขาวโพลนพุ่งออกจากปลายนิ้วที่สวมถุงมือ มันปะทะกับพลังงานสีน้ำเงินในอากาศจนเกิดระเบิดคลื่นพลังที่ผลักเธอกระเด็นไปกระแทกกับชั้นหนังสือหักพัง เสียงเศษไม้แตกกระจายดังก้องไปทั่วทั้งหอคอยที่กำลังพังทลาย

ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย เอเลน่าพยายามยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก เธอมองเห็นร่างเงาโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเหนือโพรงหินนั้น มันคืออดีตจอมเวทผู้พิทักษ์ที่ดูเหมือนจะสลายตัวไปนานแล้ว แต่ดวงตาของเขายังคงจ้องมองมายังถุงมือบนมือของเธอด้วยความโหยหาอย่างสุดซึ้ง รอยขาดบนถุงมือนั้นกลับมาปรากฏอีกครั้ง แต่คราวนี้มันกลับปล่อยกลิ่นอายของพลังที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเดิม

"พลังนี้ไม่ใช่ของข้า แต่มันคือพันธสัญญาที่พวกท่านทิ้งไว้ให้ผู้ที่กล้าก้าวเข้ามา" เอเลน่ากล่าวด้วยเสียงที่มั่นคงขึ้น แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยบาดแผลจากการปะทะ เงาจางๆ ของจอมเวทพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง ร่วงหล่นลงสู่ถุงมือจนมันหยุดการสั่นสะเทือนและกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง

ความเงียบกลับคืนมาสู่หอคอยแห่งนี้อีกครา เอเลน่ามองดูถุงมือบนมือที่ดูเก่าแก่แต่เปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับ เธอรู้ดีว่าการเดินทางของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในขณะที่แสงสีทองสุดท้ายจางหายไปจากถุงมือ เธอก็พบว่ารอยขาดที่เคยเห็นนั้นได้เปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์โบราณที่ไม่มีใครในยุคปัจจุบันสามารถอ่านออกได้อีกต่อไป