กลิ่นดินชื้นและกลิ่นสารเคมีอบอวลไปทั่วห้องแล็บส่วนตัวของศาสตราจารย์เอเลียส ร่างไร้วิญญาณของเขานอนฟุบอยู่บนโต๊ะทำงานท่ามกลางกองตำราพฤกษศาสตร์ที่เปิดค้างไว้ หน้าต่างบานเกล็ดที่เปิดแง้มอยู่เพียงเล็กน้อยทำให้ผ้าม่านสีตุ่นปลิวไหวตามแรงลมยามดึก ราวกับมีวิญญาณบางอย่างพยายามแทรกตัวเข้ามาเพื่อตามหาความลับที่ถูกเก็บงำไว้ในห้องนี้

สารวัตรธันวาเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสุขุม เขาใช้ถุงมือยางหยิบสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง บนหน้ากระดาษที่บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับดอกกล้วยไม้ป่าหายากมีคราบหมึกสีดำสนิทหยดลงมาเป็นจุดๆ อย่างจงใจ ดูเหมือนว่าเจ้าของบันทึกไม่ได้ทำหกด้วยความประมาท แต่มันถูกวางตำแหน่งให้ทับตัวอักษรบางคำจนอ่านไม่ออก

เธียร ผู้ช่วยศาสตราจารย์หนุ่มยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย เขาพยายามบังคับลมหายใจให้เป็นปกติขณะมองดูสารวัตรตรวจสอบหลักฐานชิ้นสำคัญ “ศาสตราจารย์มักจะขี้ลืมและเลอะเทอะกับหมึกปากกาเสมอครับ บางทีท่านอาจจะเผลอทำขวดหมึกคว่ำในขณะที่กำลังตื่นตระหนกกับอาการป่วยของตัวเอง” เธียรกล่าวพลางเบือนหน้าหนีไปยังทิวทัศน์มืดมิดภายนอกหน้าต่าง

สารวัตรธันวาหรี่ตาลงมองชายหนุ่มก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา เขาหยิบแว่นขยายขึ้นมาส่องดูคราบหมึกเหล่านั้นอีกครั้ง คราบที่ดูเหมือนไร้ระเบียบกลับมีจุดศูนย์กลางที่คมชัดผิดปกติ “ถ้ามันคือความเลอะเทอะ ทำไมคราบหมึกพวกนี้ถึงมีลักษณะเป็นวงซ้อนทับกันเป็นลำดับเลขฐานสิบหกได้ล่ะคุณเธียร บางทีมันอาจไม่ใช่ความผิดพลาด แต่เป็นรหัสบอกตำแหน่งของอะไรบางอย่างที่หายไปจากสวนทดลองนี้”

บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นทันทีเมื่อธันวาขยับตัวเข้าใกล้ตู้เก็บตัวอย่างพืชที่ถูกล็อกแน่นหนา เขาใช้กุญแจที่พบในกระเป๋าเสื้อของศาสตราจารย์ไขเข้าไปข้างในเผยให้เห็นช่องลับที่ซ่อนอยู่หลังชั้นวางขวดสารเคมี เธียรหน้าซีดเผือดเขารีบถลาเข้ามาขวางแต่ก็สายเกินไปเมื่อสารวัตรหยิบขวดโหลแก้วใบเล็กที่มีรากไม้สีประหลาดออกมาจากช่องนั้น

“พืชชนิดนี้ไม่มีอยู่ในสารบบพฤกษศาสตร์ของโลก มันคือพืชที่กินสารพิษในดินเป็นอาหารและปล่อยก๊าซที่ทำให้เกิดอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันใช่ไหม” สารวัตรถามด้วยเสียงเรียบเฉยพลางสังเกตเห็นคราบสีดำที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของเธียร มันเป็นหมึกชนิดเดียวกับที่อยู่ในสมุดบันทึกของศาสตราจารย์ไม่มีผิดเพี้ยน

เธียรทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง ความฮึกเหิมที่เคยมีหายไปสิ้นเหลือเพียงชายหนุ่มที่หวาดกลัวต่อผลของการกระทำ “ผมแค่ต้องการเก็บรักษาความลับนี้ไว้ ไม่ให้ใครเอาไปทำเป็นอาวุธชีวภาพที่ร้ายแรงกว่าเดิม ท่านอาจารย์ไม่ยอมเข้าใจว่าโลกใบนี้ไม่พร้อมที่จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน” เขาสารภาพออกมาทั้งน้ำตาในขณะที่สารวัตรธันวาส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่นอกห้องเข้ามาควบคุมตัว

ร่างของเธียรถูกคุมตัวออกไปจากห้องแล็บ ทิ้งให้สารวัตรธันวายืนอยู่เพียงลำพังกับสมุดบันทึกที่ยังคงกางอยู่บนโต๊ะ แสงจันทร์ส่องกระทบคราบหมึกเหล่านั้นจนดูราวกับว่ามันกำลังขยับเขยื้อนไปมาตามจังหวะการหายใจของห้องที่เงียบสงัด

สารวัตรปิดสมุดบันทึกลงอย่างช้าๆ ก่อนจะวางมันไว้ที่เดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันหลังกลับมามอง ทิ้งไว้เพียงปริศนาของพันธุ์ไม้ที่ไม่มีวันถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์และกลิ่นดินที่ยังคงอบอวลชวนให้ขนลุกอยู่ในความมืด