แสงไฟจากโคมระย้าสั่นไหวราวกับจะดับลงทุกขณะภายในห้องสมุดส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ กลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้รวิศต้องขมวดคิ้ว มือของเขาถือแว่นขยายส่องดูรอยไหม้บนเอกสารแผ่นสุดท้ายที่เหลืออยู่ในแฟ้มเหล็กที่ถูกงัดจนบิดเบี้ยว ร่องรอยสีดำขอบหยักนี้ไม่ใช่การเผาไหม้จากความร้อนธรรมดา แต่มันดูเหมือนถูกสารเคมีบางอย่างกัดกร่อนจนเป็นรูปร่างที่คล้ายกับสัญลักษณ์บางประการที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

รวิศขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เสียงฝีเท้าเบาหวิวจากทางเดินด้านนอกทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะซ่อนเอกสารแผ่นนั้นลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างรวดเร็ว ประตูบานไม้สักถูกผลักเข้ามาเบาๆ เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดดำที่ใบหน้าดูซีดเผือดราวกับเพิ่งผ่านการร่ำไห้มาอย่างหนัก

คุณรวิศคะ ดิฉันหวังว่าคุณจะพบเบาะแสอะไรบ้างในห้องนี้ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึงในเช้าวันพรุ่งนี้ คุณหญิงนลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะที่เธอก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ยอมสบตาเขา มือของเธอสั่นเทาขณะที่พยายามจัดแจงกองหนังสือบนโต๊ะไม้โอ๊คให้เข้าที่ดูเหมือนคนกำลังทำอะไรบางอย่างเพื่อปกปิดความวิตก

ผมเกรงว่าเรื่องนี้จะซับซ้อนกว่าการลักขโมยเอกสารธรรมดา คุณหญิงพอจะบอกผมได้ไหมว่าทำไมกลิ่นของน้ำมันก๊าดถึงยังจางๆ อยู่ในอากาศ ทั้งที่เหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยงวัน รวิศถามพร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้เธอจนเห็นรอยเปื้อนสีดำเล็กน้อยที่ปลายนิ้วของหญิงสาว เขาไม่ได้คาดคั้นแต่สายตาคมกริบของเขากำลังสำรวจทุกความเคลื่อนไหวของเธออย่างไม่วางตา

หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วตอบกลับว่า ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าคุณพบอะไรที่ผิดปกติ ก็ขอให้ถือว่ามันเป็นเพียงความผิดพลาดของคนในบ้านที่พยายามจะทำความสะอาดร่องรอยความเสียหายเพียงเท่านั้น เธอพยายามฝืนยิ้มแม้ว่าแววตาจะเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

รวิศสังเกตเห็นสร้อยคอทองคำที่สวมอยู่บนคอของเธอมีรอยถลอกเป็นแนวขวางเหมือนเพิ่งถูกกระชากมาไม่นานนัก เขาจึงแสร้งทำเป็นเดินสำรวจชั้นหนังสือเพื่อหลบสายตาเธอ ก่อนจะหยิบเอาปากกาหมึกซึมที่ตกอยู่ใต้โต๊ะขึ้นมาพิจารณา ปลายปากกานั้นหักงอและมีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ที่หัวปากกาอย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเอกสารหาย แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้าการเผาทำลาย

เราคงต้องคุยกันยาวกว่านี้หน่อย คุณหญิง เพราะปากกาด้ามนี้ดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับรอยเลือดบนพรมที่คุณพยายามจะเอาพรมผืนใหม่มาปิดทับไว้ รวิศพูดเสียงเรียบพร้อมกับก้าวออกมาขวางทางออกของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสุภาพเป็นความเฉียบขาดของนักสืบที่กำลังต้อนผู้ร้ายให้จนมุมในกับดักที่เขาสร้างขึ้น

หญิงสาวทรุดลงกับเก้าอี้ด้วยความหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลพรากออกมาเป็นทาง เธอสารภาพว่าคนรับใช้ที่ล่วงรู้ความลับเรื่องพินัยกรรมฉบับเก่ากำลังจะนำเรื่องไปเปิดเผย เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ความลับของตระกูลรั่วไหลออกไปสู่สาธารณะโดยไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลายจนถึงขั้นต้องลงมือทำร้ายอีกฝ่าย

รวิศถอนหายใจยาวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเพื่อแจ้งเหตุกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาไม่ได้รู้สึกสะใจในความผิดพลาดของเธอ แต่เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของโชคชะตาที่มักจะหวนกลับมาทวงถามความยุติธรรมผ่านร่องรอยที่ทิ้งไว้เสมอ แม้แต่คนที่พยายามทำลายทุกอย่างด้วยไฟ ก็ไม่สามารถลบเลือนรอยบาปที่ติดอยู่ในใจได้

แสงอาทิตย์ยามเช้าเริ่มทอแสงผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามาในห้องสมุด กองเถ้าถ่านบนพื้นดูหม่นหมองลงเมื่อได้รับแสงสว่างที่เปิดเผยทุกสิ่ง รวิศเดินออกจากห้องไปโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินสวนเข้ามา เสียงกุญแจมือที่กระทบกันดังขึ้นเป็นจังหวะสะท้อนไปตามทางเดินยาวของคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยความลับมืดดำ