สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายกระทบกับผิวน้ำในบึงหลังคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ เสียงกบเขียดร้องระงมแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว นักสืบธันวาขยับเสื้อโค้ทกันฝนให้กระชับแน่นขึ้น ขณะที่สายตาของเขากำลังจดจ้องไปยังจุดที่แสงไฟจากไฟฉายส่องกระทบวัตถุโลหะชิ้นหนึ่งที่จมอยู่ใต้โคลนตมหนาทึบข้างริมตลิ่ง
เขาค่อยๆ เอื้อมมือลงไปในโคลนเย็นเยียบนั้น ความรู้สึกสากของเนื้อโลหะกระทบกับปลายนิ้วทำให้เขารู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ เมื่อหยิบมันขึ้นมาล้างด้วยน้ำสะอาด สิ่งที่ปรากฏอยู่ในมือคือเข็มกลัดเงินรูปนกฟีนิกซ์ที่มีรอยร้าวลึกพาดผ่านปีกข้างหนึ่ง ราวกับว่ามันถูกกระแทกอย่างรุนแรงก่อนจะถูกโยนทิ้งลงมาในที่แห่งนี้เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐานสำคัญบางอย่าง
คุณหญิงอรสาเดินออกมาจากตัวบ้านด้วยท่าทางร้อนรน เธอสวมชุดสีดำสนิทที่ดูหรูหราแต่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าที่ดวงตาคู่สวย เธอมองดูเข็มกลัดในมือนักสืบด้วยแววตาที่สั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า นี่คือสิ่งที่คุณตามหามาตลอดสามวันใช่ไหมคะ และมันบอกอะไรคุณได้บ้างเกี่ยวกับสามีของดิฉัน
ธันวาหันไปมองคุณหญิงแล้วขยับเข็มกลัดให้เธอเห็นรอยร้าวชัดๆ เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นว่า เข็มกลัดชิ้นนี้ไม่ได้ตกหล่นโดยบังเอิญ แต่มันถูกจงใจหักทำลายเพื่อส่งสัญญาณบางอย่างถึงฆาตกรที่เฝ้ามองอยู่ หรืออาจจะเป็นการประกาศถึงการหักหลังที่เกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ก่อนที่เจ้าของจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
คุณหญิงอรสาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง มือที่สั่นเทาของเธอพยายามจะไขว่คว้าหาที่ยึดเกาะจากราวระเบียง เธอปฏิเสธเสียงแข็งว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะคนในบ้านนี้ทุกคนต่างรักและเคารพคุณชายมาก ไม่มีใครกล้าทำเรื่องอุกอาจเช่นนี้แน่นอน คุณกำลังปรักปรำคนในครอบครัวของดิฉันโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนพอ
ธันวาไม่ตอบโต้ทันที เขาเดินสำรวจไปตามแนวโคลนริมบึงต่อด้วยความเงียบสงบ ก่อนจะหยุดลงที่รอยล้อรถยนต์ที่ถูกฝนชะล้างจนเกือบจะเลือนหายไป รอยล้อนั้นไม่ได้มุ่งหน้าไปทางประตูหน้าคฤหาสน์ แต่มันมุ่งตรงไปสู่กระท่อมไม้ท้ายสวนที่ปิดตายมานานหลายปี ซึ่งนั่นเป็นจุดที่เขาพบกลิ่นอายของน้ำมันเครื่องและเศษดินที่แปลกปลอม
เขาเดินนำคุณหญิงไปยังกระท่อมหลังนั้นอย่างไม่ลังเล เมื่อผลักประตูไม้ที่ผุพังเข้าไป กลิ่นคาวเลือดจางๆ ปะทะเข้ากับจมูกทันที ธันวาหยิบไฟฉายส่องไปที่มุมห้อง ซึ่งมีกองไม้เก่าๆ ถูกวางทับถมกันไว้อย่างผิดสังเกต เขาออกแรงดึงกองไม้เหล่านั้นออกจนเผยให้เห็นพื้นไม้ที่ถูกงัดแงะจนเป็นช่องโหว่ลึกเข้าไปในดิน
คุณหญิงอรสาหน้าถอดสีเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ เธอทรุดตัวลงกับพื้นโดยไม่สนใจความสกปรกของคราบโคลนที่เปื้อนชุดราคาแพง ภายในหลุมนั้นไม่ใช่แค่ศพของคุณชาย แต่ยังมีหลักฐานการโอนเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกพิมพ์ออกมาเป็นเอกสารปึกใหญ่ รวมถึงสมุดบัญชีลับที่บันทึกรายการการฟอกเงินที่ทำต่อเนื่องมานานนับทศวรรษ
นี่คือเหตุผลที่คุณต้องรีบกำจัดเขาทิ้งก่อนที่ตำรวจจะมาถึงใช่ไหมครับ ธันวาถามพลางขยับเข้าไปใกล้ร่างที่สั่นเทาของคุณหญิง เขาไม่ได้ต้องการคำตอบเพราะรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวบนใบหน้าของเธอเป็นตัวยืนยันทุกอย่างได้อย่างชัดเจนที่สุดว่าใครกันแน่ที่เป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังความตายครั้งนี้
คุณหญิงอรสาหัวเราะออกมาเบาๆ ในความมืดมิดของกระท่อมร้าง เธอเงยหน้าขึ้นมองนักสืบด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เธอเอ่ยว่าในโลกของธุรกิจไม่มีใครใสสะอาดหรอกค่ะนักสืบ คุณชายเขาเลือกที่จะหยุดทุกอย่างเพียงเพราะความสำนึกผิดที่มาช้าเกินไป และนั่นคือความผิดพลาดที่เขาสมควรได้รับโทษสูงสุด
ธันวาไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง เขาหยิบกุญแจมือออกมาเตรียมจะล็อกข้อมือของเธอ แต่แล้วเสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางด้านหลังของกระท่อม กระสุนเฉียดไหล่เขาไปอย่างหวุดหวิด ทิ้งรอยไหม้ไว้ที่เสื้อโค้ทและทำให้เขาต้องรีบคว้าตัวคุณหญิงลงไปหมอบกับพื้นเพื่อป้องกันอันตราย
ชายชุดดำคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของต้นไม้ใหญ่ในมือถือปืนพกกระบอกใหญ่ไว้แน่น เขาไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดา แต่เป็นมือปืนที่ถูกจ้างมาเพื่อจัดการเก็บกวาดงานที่เหลือให้เรียบร้อย ธันวาคว้าเข็มกลัดเงินที่ร่วงอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วใช้มันขว้างไปที่ตาทั้งสองข้างของมือปืนอย่างแม่นยำเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
จังหวะที่มือปืนเสียหลัก ธันวากระโจนเข้าใส่และแย่งปืนมาได้สำเร็จ เขาเตะสกัดขาจนอีกฝ่ายล้มลงก่อนจะกดตัวลงกับพื้นแน่น เสียงไซเรนรถตำรวจดังไกลๆ เข้ามาใกล้เรื่อยๆ เป็นสัญญาณว่าความลับที่ถูกฝังอยู่ใต้โคลนตมกำลังจะถูกเปิดโปงสู่สายตาของกฎหมายในที่สุด
ท่ามกลางแสงไฟจากรถตำรวจที่ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ธันวายืนมองดูเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวคนร้ายไปทีละคน เข็มกลัดเงินที่เปื้อนโคลนถูกวางลงในถุงพลาสติกใสเพื่อใช้เป็นวัตถุพยานชิ้นสำคัญ ในขณะที่ฝนเริ่มซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่หยดลงมาจากชายคาดังก้องอยู่ในหูของเขา เป็นเสียงสุดท้ายของคดีที่ทิ้งความขมขื่นไว้เบื้องหลัง