แสงเงินยวงยามรุ่งสางอาบไล้ไปทั่วลานหินที่ปกคลุมด้วยมอสสีเขียวเข้ม กาเร็ธวางดาบเล่มเขรอะที่เต็มไปด้วยสนิมลงบนแท่นหินผุพัง หยดน้ำค้างเม็ดใสเกาะอยู่บนร่องรอยการผุกร่อนของใบดาบ มันสั่นไหวราวกับมีชีวิตเมื่อกระทบกับแสงแดดที่เพิ่งพ้นขอบฟ้า ทันใดนั้นเสียงแหลมเล็กดั่งเข็มเงินทิ่มแทงโสตประสาทก็ดังขึ้นจากหยดน้ำเหล่านั้น มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านช่องเขา แต่เป็นเสียงคร่ำครวญของนักรบที่สิ้นลมไปนานแสนนาน
ชายหนุ่มเอื้อมมือที่หยาบกร้านไปสัมผัสผิวเหล็ก ความเย็นเยียบแล่นพล่านเข้าสู่กระดูกสันหลังจนเขาต้องนิ่วหน้า กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นสาบดินโชยเข้าจมูกอย่างรุนแรง ภาพนิมิตสีเทาหม่นฉายชัดขึ้นในมโนภาพ เป็นฉากการรบที่นองเลือดบนทุ่งราบกว้างใหญ่ที่ซึ่งดาบเล่มนี้เคยดื่มกินชีวิตของผู้คนนับร้อย กาเร็ธสะบัดหน้าไล่ความมึนงง พยายามตั้งสติกับความจริงที่ว่าดาบเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงอาวุธ แต่มันเป็นสุสานที่กักขังวิญญาณร้ายไว้ในสนิมแดงฉาน
"เจ้าต้องการอะไรจากข้ากันแน่" กาเร็ธถามเสียงต่ำพลางถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปยังใบดาบที่สั่นไหวแม้ไม่มีแรงลมปะทะ
ไม่มีคำตอบเป็นถ้อยคำ มีเพียงเสียงกระซิบที่ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงหัวเราะเยาะหยันที่เสียดแทงจิตใจ กาเร็ธชักมีดสั้นข้างกายออกมาเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะปรากฏตัวขึ้นจากเงาของหยดน้ำค้างนั้น ทันใดนั้น เงาร่างสีดำมืดก็ก่อตัวขึ้นจากไอหมอกที่ระเหยจากพื้นดิน มันเป็นร่างโปร่งแสงที่ถือครองคมดาบที่ไม่มีสนิม มันก้าวเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่วงท่าที่สง่างามแต่แฝงไปด้วยความอาฆาตแค้น
"ข้าถูกทอดทิ้งให้จมอยู่ในสนิมเกรอะกรังมานานเกินไป" ร่างนั้นเอ่ยเสียงแหบพร่าพลางชี้ปลายดาบมาที่หน้าอกของกาเร็ธ แรงกดดันจากพลังเวทมนตร์โบราณทำให้พื้นหินรอบข้างแตกร้าวราวกับใยแมงมุม
กาเร็ธปักมีดสั้นลงบนพื้นดินเพื่อสร้างเขตอาคมป้องกันตัวเอง เขาคว้าก้อนเกลือบริสุทธิ์จากถุงย่ามขึ้นมาโปรยเป็นวงกลมล้อมรอบตัว "ข้าไม่ได้มาเพื่อปลดปล่อยเจ้า แต่ข้ามาเพื่อทำลายพันธนาการที่เจ้าสร้างขึ้นกับผู้คนในหุบเขานี้" เขาตะโกนตอบโต้ท่ามกลางพายุพลังงานที่เริ่มหมุนวนเป็นเกลียว
ร่างเงาหัวเราะจนหุบเขาสั่นสะเทือน มันพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาคนปกติจะมองทัน กาเร็ธหมุนตัวหลบคมดาบที่เฉียดผ่านผิวหนังจนเกิดรอยเลือดซึม เขาใช้โอกาสนั้นซัดผงเกลือใส่ร่างเงาจนมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวน การปะทะกันของเวทมนตร์โบราณและอาคมป้องกันทำให้เกิดแสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณจนคนมองแทบลืมตาไม่ขึ้น
"จบสิ้นกันเสียที" กาเร็ธตัดสินใจทุบดาบเล่มเขรอะที่วางอยู่บนแท่นด้วยสันมีดสั้นของเขา แรงกระแทกส่งผลให้ใบดาบที่เปราะบางแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับเศษแก้ว ความเงียบงันกลับคืนสู่หุบเขาอีกครั้งในทันทีที่ใบดาบถูกทำลาย ร่างเงาที่เคยคุกคามเขาสลายกลายเป็นเพียงละอองฝุ่นที่ปลิวไปตามลม
กาเร็ธยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง หยดน้ำค้างบนเศษดาบระเหยหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัดใจ เขาก้มลงเก็บชิ้นส่วนโลหะที่ไร้ซึ่งอำนาจมืดใส่ห่อผ้าเพื่อนำไปฝังกลบในที่ที่เหมาะสม ตะวันขึ้นสูงแล้ว แสงแดดส่องกระทบพื้นหินที่เคยเป็นสนามรบของวิญญาณร้าย แต่วันนี้ไม่มีเสียงเพรียกใดๆ หลงเหลืออยู่อีกนอกจากเสียงนกป่าที่เริ่มขับขานรับวันใหม่