ฝุ่นหนาเตอะเกาะตัวอยู่บนพื้นไม้ปาร์เกต์ในห้องทำงานของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติ กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและน้ำมันเคลือบไม้จางๆ อบอวลอยู่ในอากาศจนแทบจะหายใจไม่ออก พฤกษ์ขยับแว่นขยายในมือช้าๆ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ซึ่งถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนาด้วยแม่กุญแจสนิมเขรอะมานานนับสิบปี

เขาใช้ไขควงปากแบนงัดกลอนลิ้นชักตัวกลางออกอย่างเบามือ เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังสะท้อนไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด ทันทีที่ลิ้นชักเลื่อนเปิดออก เสียงไขลานที่ควรจะหยุดนิ่งไปนานแล้วกลับดังขึ้นแผ่วเบา มันเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดราวกับหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ใต้แผ่นไม้

ภายในลิ้นชักมีเพียงกล่องเพลงทรงสี่เหลี่ยมสีดำสนิทวางอยู่อย่างโดดเดี่ยว ตัวเรือนโลหะของมันมีรอยขีดข่วนคล้ายถูกของมีคมกรีดผ่านเป็นทางยาว พฤกษ์หยิบมันขึ้นมาสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านผ่านถุงมือหนัง ความร้อนจากนิ้วมือของเขาดูเหมือนจะกระตุ้นให้ฟันเฟืองภายในหมุนเร็วขึ้นจนเสียงดนตรีบิดเบี้ยวเริ่มกังวานออกมาเป็นท่วงทำนองที่ขาดช่วง

"คุณไม่ได้บอกผมว่าในนี้มีของเล่นชิ้นนี้อยู่ด้วย" พฤกษ์เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองชายชราที่ยืนสั่นเทาอยู่หน้าประตูห้อง เขารู้สึกได้ถึงสายตาที่ลุกลี้ลุกลนจากด้านหลังซึ่งไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะตัวนี้แม้แต่นิ้วเดียว

"มัน... มันควรจะพังไปตั้งแต่คืนนั้นแล้วไม่ใช่หรือ" ชายชราตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง มือที่เหี่ยวย่นของเขากำไม้เท้าแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พฤกษ์ไม่ตอบแต่กลับใช้ปลายนิ้วกดลงบนฝากล่องเพลงเพื่อหยุดจังหวะของมัน ทว่าทันทีที่เสียงหยุดลง กลิ่นฉุนของดินปืนก็ลอยขึ้นมาจากรอยแยกของไม้ทันที

พฤกษ์วางกล่องเพลงลงแล้วใช้มีดพกกรีดลงไปที่รอยบุ๋มบนเนื้อไม้โอ๊คที่ฐานโต๊ะ เขาพบว่าเนื้อไม้ใต้กล่องเพลงนั้นกลวงและบรรจุวัตถุบางอย่างไว้ข้างใน มันคือเศษกระดุมโลหะที่มีคราบเลือดแห้งกรังติดอยู่ และเส้นผมสีดอกเลาที่ถูกมัดรวมกันไว้ด้วยด้ายสีแดงฉาน ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ถูกซ่อนไว้เพื่อปิดปากความลับในอดีต

"ด้ายสีแดงนี้มันเป็นของภรรยาคุณที่หายตัวไปเมื่อสามสิบปีก่อนไม่ใช่หรือ" พฤกษ์หันกลับมาเผชิญหน้ากับชายชรา แสงจากตะเกียงน้ำมันสลัวๆ สะท้อนให้เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิดของอีกฝ่าย เขาหยิบเส้นผมขึ้นมาดูพลางพินิจพิเคราะห์รอยไหม้ที่ปลายเส้นผมอย่างละเอียด

ชายชราทรุดตัวลงนั่งกับพื้นไม้ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ "ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำลายทุกอย่าง แต่มันเป็นอุบัติเหตุที่ผมไม่สามารถแก้ไขได้ และเสียงไขลานนั่น... มันหลอกหลอนผมมาทุกคืนตั้งแต่ตอนนั้น"

พฤกษ์เดินเข้าไปใกล้แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าชายชรา เขาวางหลักฐานทั้งหมดลงบนพื้น "อุบัติเหตุหรือการฆาตกรรมเพื่อปิดปากพยานที่รู้อะไรบางอย่างกันแน่ เพราะดูเหมือนว่ารอยไขลานนี้จะตั้งเวลาให้มันส่งเสียงเตือนทุกครั้งที่มีคนพยายามแตะต้องโต๊ะตัวนี้"

เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหยิบวิทยุสื่อสารออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อเรียกตำรวจที่รออยู่ด้านนอก ความจริงมักจะทิ้งร่องรอยไว้เสมอไม่ว่าจะถูกฝังลึกแค่ไหน และวันนี้เสียงจากลิ้นชักตัวนี้ก็ได้กลายเป็นพยานปากเอกที่เปิดโปงคดีฆาตกรรมอำพรางที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน พฤกษ์มองดูชายชราที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงกล่องเพลงที่เริ่มไขลานตัวเองอีกครั้งท่ามกลางความเงียบงันของคฤหาสน์ที่กำลังจะถูกปิดตายอย่างถาวร