ขิง สมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนาน กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอีกครั้งในกระแสรักสุขภาพ หลังผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการออกมาให้ข้อมูลถึงสรรพคุณที่หลากหลาย ทั้งด้านการช่วยย่อยอาหาร ลดอาการคลื่นไส้ และต้านการอักเสบ

ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ขิงมีสารสำคัญอย่าง “จินเจอรอล” (Gingerol) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ รวมถึงอาจช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ในบางกรณี

นอกจากนี้ ขิงยังถูกนำมาใช้เพื่อบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะอาการเมารถ เมาเรือ และอาการแพ้ท้องในหญิงตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้น ขณะเดียวกัน การดื่มน้ำขิงหลังมื้ออาหารยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ลดอาการแน่นท้องและท้องอืดได้

งานวิจัยบางส่วนยังชี้ว่า การบริโภคขิงในปริมาณที่เหมาะสมอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และส่งผลดีต่อระดับไขมันบางชนิดในร่างกาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าควรบริโภคควบคู่กับการดูแลสุขภาพโดยรวม และไม่ควรใช้แทนการรักษาทางการแพทย์

แม้ขิงจะมีประโยชน์หลายด้าน แต่ก็มีข้อควรระวัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี หรือผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคในปริมาณมาก

ท่ามกลางกระแสการหันมาใส่ใจสุขภาพ ขิงจึงยังคงเป็นสมุนไพรทางเลือกที่ได้รับความนิยม ด้วยคุณสมบัติที่ครอบคลุมทั้งด้านการบำรุงร่างกายและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม การบริโภคอย่างพอเหมาะและมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน