มะละกอ กินดิบหรือกินสุก แบบไหนให้ประโยชน์มากกว่ากัน
มะละกอเป็นผลไม้ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี ทั้งในรูปแบบมะละกอดิบที่นำไปปรุงอาหาร เช่น ส้มตำ หรือแกงส้ม และมะละกอสุกที่นิยมรับประทานเป็นผลไม้หลังมื้ออาหาร หลายคนจึงสงสัยว่า หากมองในแง่โภชนาการแล้ว การกินแบบดิบหรือสุก แบบไหนให้ประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่ากัน
ประโยชน์ของมะละกอดิบ
มะละกอดิบมีเอนไซม์สำคัญชื่อว่า “ปาเปน” (Papain) ซึ่งช่วยในการย่อยโปรตีน ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือย่อยอาหารยาก นอกจากนี้ยังมีใยอาหารในปริมาณสูง ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
จุดเด่นอีกอย่างของมะละกอดิบคือมีปริมาณน้ำตาลต่ำกว่ามะละกอสุก จึงอาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อย่างไรก็ตาม ควรบริโภคในปริมาณพอเหมาะ เพราะการรับประทานมากเกินไปอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารได้ และสตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคในปริมาณมาก
ประโยชน์ของมะละกอสุก
เมื่อมะละกอสุกเต็มที่ ปริมาณวิตามินซีและเบต้าแคโรทีนจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณ และช่วยดูแลสุขภาพสายตา ใยอาหารในมะละกอสุกยังช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ดี
มะละกอสุกมีรสหวานตามธรรมชาติ รับประทานง่าย เหมาะกับทุกวัย แต่เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลมากกว่ามะละกอดิบ ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่ควบคุมน้ำตาลควรจำกัดปริมาณการบริโภค
สรุป กินแบบไหนดี
ทั้งมะละกอดิบและมะละกอสุกต่างมีประโยชน์ในคนละด้าน หากต้องการเน้นเรื่องการช่วยย่อยอาหารและควบคุมน้ำตาล มะละกอดิบอาจเหมาะสมกว่า แต่ถ้าต้องการเสริมภูมิคุ้มกัน บำรุงผิว และรับสารต้านอนุมูลอิสระ มะละกอสุกจะตอบโจทย์มากกว่า
ดังนั้น ไม่มีคำตอบตายตัวว่าแบบไหนดีกว่า ขึ้นอยู่กับเป้าหมายด้านสุขภาพของแต่ละคน สิ่งสำคัญคือการรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และควบคู่กับอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนและสมดุล