ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่ววิหารไร้กาล แสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามจังหวะลมหายใจของเอเลียส รองเท้าบูทหนังของเขาเหยียบย่ำลงบนพื้นหินอ่อนที่เย็นเยียบจนเกิดเสียงสะท้อนก้องไปไกลถึงโถงลึกเบื้องหน้า สถานที่แห่งนี้ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้ามานับพันปี ฝุ่นละอองสีทองลอยละล่องอยู่ในอากาศราวกับมีชีวิต คอยเฝ้าดูผู้มาเยือนด้วยสายตาที่มองไม่เห็น

เขากระชับผ้าคลุมไหล่ให้แน่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ซ่านออกมาจากรอยแยกของกำแพงหิน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงจนกระทั่งไปหยุดอยู่ที่แท่นหินใจกลางวิหาร ที่นั่นมีขนนกสีขาวบริสุทธิ์เพียงเส้นเดียววางสงบนิ่งอยู่บนพานศิลา มันเปล่งประกายแสงนวลตาออกมาเป็นจังหวะ ราวกับเสียงหัวใจของดวงดาวที่กำลังเต้นช้าๆ ก่อนจะดับสูญ

เอเลียสยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะคว้าขนนกนั้น ทันใดนั้นพื้นเบื้องล่างก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเศษหินร่วงหล่นลงมาจากเพดานสูงลิ่ว เขาต้องรีบโน้มตัวหลบก้อนหินขนาดใหญ่ที่ตกลงมาเฉียดไหล่ไปเพียงไม่กี่นิ้ว แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ใช่แผ่นดินไหวธรรมดา แต่มันคือสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างของจักรวาลกำลังจะบิดเบี้ยวและแตกสลายหากขนนกเส้นนี้ไม่ได้รับการปกป้อง

หยุดมือของคุณไว้ก่อนเถอะ ผู้พิทักษ์แห่งความว่างเปล่าปรากฏกายขึ้นจากเงามืดของเสาต้นมหึมา ดวงตาของเขาส่องแสงเรืองรองเหมือนอัญมณีไร้ตำหนิ มือที่ดูเหมือนกิ่งไม้แห้งกรังชี้มายังเอเลียสด้วยความหวั่นเกรง เขาไม่ได้มาเพื่อแย่งชิง แต่มาเพื่อทำลายความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่

ข้าไม่ได้มาเพื่อทำลาย แต่มาเพื่อนำมันกลับคืนสู่ต้นกำเนิด เอเลียสตะโกนตอบพลางชักดาบเล่มบางที่สลักลวดลายดวงดาวออกมาจากฝัก แสงจากดาบขับไล่ความมืดมิดรอบตัวออกไปจนเผยให้เห็นรอยร้าวขนาดใหญ่บนผนังวิหารที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เสียงคำรามจากห้วงมิติเริ่มดังขึ้นจนน่าหวาดหวั่น

หากเจ้าแตะต้องมัน มิติเวลานี้จะล่มสลายและขังเจ้าไว้ในความว่างเปล่าชั่วนิรันดร์ ผู้พิทักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เขาขยับกายเข้ามาใกล้พร้อมกับไอหมอกสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่างของกรงเล็บ เอเลียสไม่ถอยหนี เขากลับพุ่งเข้าหาขนนกนั้นอย่างกล้าหาญพร้อมกับกางอาคมป้องกันตัวขึ้นรอบกาย

การปะทะกันของพลังเวทมนตร์ก่อให้เกิดกระแสลมหมุนวนไปทั่ววิหาร เอเลียสสัมผัสได้ถึงแรงปะทะที่เหมือนกับการเผชิญหน้ากับพายุหมุน แต่เขาก็ยังกัดฟันฝ่าเข้าไปจนกระทั่งนิ้วมือสัมผัสกับความอ่อนนุ่มของขนนก ทันทีที่ปลายนิ้วแตะต้อง พลังงานมหาศาลก็ไหลเข้าสู่ร่างของเขาจนทำให้รู้สึกเหมือนจะถูกฉีกกระชากออกจากกัน

เขากรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนจะใช้แรงเฮือกสุดท้ายกดขนนกลงในรอยแยกของแท่นหินที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วทุกทิศทางจนโลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวโพลน เสียงแตกหักของมิติค่อยๆ เงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่างหินที่ว่างเปล่า

เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เอเลียสพบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ วิหารกลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง ขนนกสีขาวหายไปแล้ว เหลือเพียงรอยประทับที่จางหายไปบนแท่นหิน เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยความอ่อนแรง ก่อนจะเดินออกจากวิหารไปโดยไม่หันกลับไปมองความสำเร็จที่ไม่มีใครล่วงรู้

ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าจางๆ บนพื้นฝุ่นที่ค่อยๆ ถูกกลบหายไปตามกาลเวลา สายลมพัดพากลิ่นอายของความว่างเปล่าผ่านหน้าต่างหินออกไปสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ที่เพิ่งจะรอดพ้นจากการล่มสลายอย่างหวุดหวิด