NVIDIA ประกาศเปิดตัว “Rubin” สถาปัตยกรรมชิป AI รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างเป็นทางการในงาน CES 2026 โดยถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการออกแบบชิปใหม่ถึง 6 รุ่น ที่มุ่งเป้าไปยังการสร้าง AI Supercomputer ที่มีพลังประมวลผลสูงขึ้นกว่าเดิม พร้อมลดต้นทุนในการพัฒนาและใช้งานระบบ AI ขนาดใหญ่

NVIDIA ระบุว่า Rubin ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Extreme Co-design” ซึ่งเป็นการออกแบบร่วมกันอย่างลึกซึ้งระหว่างหน่วยประมวลผล (Compute), ระบบเครือข่าย (Networking) และซอฟต์แวร์ (Software) เพื่อให้ทุกองค์ประกอบทำงานสอดประสานกันอย่างเต็มประสิทธิภาพ แตกต่างจากการพัฒนาชิปแบบแยกส่วนในอดีต

สถาปัตยกรรม Rubin ถูกวางตำแหน่งให้เป็นหัวใจหลักของ AI Supercomputer เจเนอเรชันถัดไป รองรับงานประมวลผล AI ระดับสูง ตั้งแต่การฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models – LLMs), Generative AI, ระบบ AI สำหรับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ไปจนถึงงานวิเคราะห์ข้อมูลขนาดมหาศาลในระดับดาต้าเซ็นเตอร์

NVIDIA ชี้ว่า หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ Rubin คือการเพิ่มประสิทธิภาพต่อวัตต์ (Performance per Watt) และการลดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของระบบ (Total Cost of Ownership – TCO) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับองค์กรและผู้ให้บริการคลาวด์ที่ต้องการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างรวดเร็ว แต่ยังควบคุมค่าใช้จ่ายได้

นอกจากนี้ Rubin ยังถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับโครงข่ายความเร็วสูงและซอฟต์แวร์ AI ของ NVIDIA อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม CUDA, ระบบเครือข่าย NVLink รวมถึงสแต็กซอฟต์แวร์สำหรับ AI และดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งช่วยให้การติดตั้งและขยายระบบ AI ทำได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น

การเปิดตัว Rubin ในครั้งนี้สะท้อนทิศทางของ NVIDIA ที่มุ่งรักษาความเป็นผู้นำในตลาดชิป AI ท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงจากทั้งผู้ผลิตชิปรายใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาชิปใช้เอง โดย Rubin ถูกมองว่าเป็นรากฐานสำคัญของยุคถัดไปของ AI Infrastructure ที่ไม่ได้แข่งขันกันเพียงพลังประมวลผล แต่รวมถึงประสิทธิภาพ ต้นทุน และความสามารถในการนำไปใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ NVIDIA ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของชิป Rubin แต่คาดว่าจะทยอยให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสเปก การใช้งาน และไทม์ไลน์การนำไปใช้จริงในช่วงหลังงาน CES 2026 โดยนักวิเคราะห์มองว่า Rubin อาจกลายเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ AI โลกในอีกหลายปีข้างหน้า

ที่มา ข้อมูล