พื้นที่ของเทือกเขาหิมาลัย–ที่ราบสูงทิเบต–ที่ราบสูงปามีร์ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางการบินที่ท้าทายที่สุดของโลก ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ที่สูงชัน หนาวจัด และแปรปรวนอย่างรุนแรง จนสายการบินส่วนใหญ่เลือกหลีกเลี่ยงเส้นทางนี้มาตลอด แม้เทคโนโลยีอากาศยานในยุคใหม่จะพัฒนามากขึ้น แต่ปัจจัยหลายอย่างก็ยังทำให้พื้นที่นี้ไม่เหมาะกับเส้นทางบินพาณิชย์

อันดับแรกคือระดับความสูงของภูเขาที่โดดเด่นที่สุดในโลก เช่น เอเวอเรสต์ที่สูงกว่า 8,848 เมตร และยอดเขาอื่นๆ ที่ทะลุระดับ 7,000 เมตรจำนวนมาก เครื่องบินโดยสารส่วนใหญ่บินที่ระดับความสูงประมาณ 10,000–12,000 เมตร ซึ่งแม้ดูเหมือนจะเพียงพอ แต่ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น แรงดันอากาศในห้องโดยสารตก เครื่องบินต้องลดระดับลงมาอยู่ที่ประมาณ 3,000–4,000 เมตร เพื่อให้ผู้โดยสารหายใจได้ตามปกติ ปัญหาคือพื้นที่เทือกเขาหิมาลัยและทิเบตมีภูมิประเทศสูงเกินกว่าที่เครื่องบินจะลดระดับได้อย่างปลอดภัย ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติขั้นตอนฉุกเฉินตามมาตรฐานสากลได้

นอกจากนี้สภาพอากาศในภูมิภาคนี้เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและรุนแรงเป็นพิเศษ ลมกรรโชกแรงที่พัดสวนทิศทางเป็นเรื่องปกติ กระแสอากาศปั่นป่วนระดับหนัก (Severe Turbulence) เกิดบ่อยครั้ง รวมถึงลมแรงในแนวดิ่ง (Mountain Wave) ที่สามารถสร้างแรงเหวี่ยงอย่างรุนแรงจนเป็นอันตรายต่ออากาศยาน เมื่อรวมกับอุณหภูมิหนาวจัดระดับติดลบหลายสิบองศา ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดน้ำแข็งเกาะปีกและส่วนต่างๆ ของเครื่องบิน

อีกประเด็นสำคัญคือ ความห่างไกลจากสนามบินสำรอง (Alternate Airport) ในกรณีที่เครื่องบินจำเป็นต้องลงฉุกเฉิน ภูมิภาคนี้แทบไม่มีสนามบินที่ได้มาตรฐานรองรับเครื่องบินพาณิชย์ลำใหญ่ และทางราบที่เหมาะสมก็มีน้อยมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ภูเขาสูงสลับซับซ้อนต่อเนื่องหลายพันกิโลเมตร ทำให้ไม่สามารถกำหนดจุดลงฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยตามกฎการบินระหว่างประเทศ

ที่ราบสูงทิเบตยังมีลักษณะพิเศษที่เรียกว่า “หลังคาโลก (Roof of the World)” อยู่สูงเฉลี่ยกว่า 4,500 เมตร อากาศบางมากจนส่งผลต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ไอพ่น แม้เครื่องบินยุคใหม่จะทรงพลังขึ้น แต่การทำงานของเครื่องยนต์ในสภาพอากาศบางก็ยังมีความเสี่ยงในการสูญเสียแรงยกและแรงขับ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากรังสีคอสมิกที่สูงขึ้นตามระดับความสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่สายการบินต้องควบคุมไม่ให้ลูกเรือและผู้โดยสารได้รับเกินมาตรฐาน

ส่วนพื้นที่ของ ที่ราบสูงปามีร์ ซึ่งถูกขนานนามว่า “หลังคาแห่งเอเชีย” เป็นจุดบรรจบของหลายเทือกเขาขนาดใหญ่ สภาพอากาศปั่นป่วนอย่างรุนแรงและมีพายุหิมะบ่อยครั้ง ความสูงเฉลี่ยกว่า 4,000–5,000 เมตร ทำให้เสี่ยงต่อการบินไม่ต่างจากทิเบตและหิมาลัย การกำหนดเส้นทางบินผ่านพื้นที่นี้จึงไม่ได้เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ระยะไกล

เมื่อรวมทุกปัจจัย ทั้งความสูงสุดขีดของภูเขา ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ภูมิประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงฉุกเฉิน และข้อจำกัดด้านความปลอดภัยตามกฎหมายการบินสากล ทำให้สายการบินทั่วโลกเลือกวางเส้นทางบินให้โค้งอ้อมบริเวณเทือกเขาหิมาลัย–ทิเบต–ปามีร์ แม้จะใช้เวลาและเชื้อเพลิงมากกว่า แต่เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีเสถียรภาพที่สุดสำหรับการเดินทางของผู้โดยสารทุกคน