ในห้องสมุดใต้ดินที่อุดมไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและฝุ่นผง เอเลียสวางคัมภีร์ปกหนังมังกรที่ปิดตายมานับร้อยปีลงบนแท่นหิน แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามจังหวะลมที่พัดผ่านรอยร้าวของกำแพงหินศิลาแลง เขาสวมถุงมือหนังเนื้อบางหยิบมีดเงินขนาดเล็กขึ้นมา ก่อนจะกรีดลงบนปลายนิ้วเบาๆ เพื่อให้หยดเลือดสีน้ำเงินเข้มรินไหลลงสู่รอยสลักบนหน้ากระดาษแผ่นแรก

หยดเลือดนั้นซึมหายเข้าไปในเส้นใยของกระดาษอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต ทันใดนั้นรอยสลักที่เคยแห้งแล้งก็เริ่มเรืองแสงสีครามสว่างวาบไปทั่วห้องโถงกว้าง เอเลียสถอยหลังกรูไปชนกับชั้นวางหนังสือเมื่อเห็นเงาที่ทอดตัวอยู่บนผนังเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและบิดเบี้ยวไปมา ไม่ใช่แค่เงาของเขาที่สะท้อนจากตะเกียง แต่มันคือเงาของสิ่งมีชีวิตที่ถูกกักขังไว้ในตัวอักษรโบราณเหล่านั้นมานานแสนนาน

"เจ้าไม่ได้เรียกข้าออกมาเพียงเพื่อจะอ่านประวัติศาสตร์หรอก ใช่ไหมนักจารึก" เสียงกระซิบที่แหบพร่าดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเขาโดยไม่มีที่มา เอเลียสพยายามควบคุมมือที่สั่นเทาให้หยิบแท่งถ่านหินขึ้นมาเพื่อวาดวงเวทป้องกันตัว แต่ความมืดมิดรอบข้างกลับเริ่มจับตัวเป็นรูปร่างจนกลายเป็นกรงเล็บแหลมคมที่จ้องจะฉีกกระชากวิญญาณของเขา

เอเลียสสูดหายใจลึกก่อนจะตะโกนก้องผ่านความกลัว "ข้าต้องการเพียงแค่ความรู้ที่สาบสูญเกี่ยวกับอาณาจักรใต้พิภพ ไม่ใช่การปล่อยปีศาจให้กลับมาอาละวาดบนผืนโลกอีกครั้ง" เขาโยนแท่งถ่านลงพื้นจนเกิดประกายไฟสีม่วงที่สกัดกั้นการเคลื่อนไหวของเงาเบื้องหน้าไว้ชั่วคราว การต่อสู้กับสิ่งเร้นลับครั้งนี้เดิมพันด้วยลมหายใจสุดท้ายของเขาในฐานะผู้พิทักษ์หอสมุดต้องห้าม

เงาร่างนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เอเลียสด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะมองทัน เขาหลบคมกรงเล็บที่ฝากรอยลึกไว้บนโต๊ะไม้โอ๊กจนแตกกระจายไปทั่วห้อง เศษไม้นับร้อยกระเด็นเข้าใส่ใบหน้าของเขาจนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมาปนกับหยดเลือดสีน้ำเงินบนพื้น มันเป็นการผสมผสานที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเวทมนตร์ที่รุนแรงกว่าที่เขาคาดคิดไว้

"เลือดของเจ้าต่างหากคือกุญแจที่สมบูรณ์ที่สุด" เงานั้นกล่าวพร้อมกับร่างที่เปลี่ยนสีจากสีดำสนิทเป็นสีรุ้งที่น่าสะพรึงกลัว เอเลียสตัดสินใจรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งตัวเข้าไปคว้าคัมภีร์เล่มนั้นแล้วปิดมันลงด้วยความแรงทั้งหมดที่มี แรงกระแทกจากการปิดคัมภีร์ทำให้เกิดคลื่นพลังงานผลักดันทุกอย่างในห้องให้กระเด็นออกไป ราวกับว่ามิติกำลังจะฉีกขาดออกจากกัน

เสียงกรีดร้องที่ฟังดูเหมือนเศษเหล็กเสียดสีกันดังขึ้นก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปในความว่างเปล่า ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องสมุดใต้ดิน เอเลียสนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบ มือของเขายังคงกำคัมภีร์แน่นจนนิ้วซีดขาว เลือดสีน้ำเงินที่เคยหยดลงบนหน้ากระดาษแห้งกรังกลายเป็นรอยด่างดำที่ไม่สามารถลบออกได้อีกตลอดกาล

เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าท่ามกลางเศษซากของความรู้ที่ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น เมื่อมองไปที่ผนังห้อง เงาของเขายังคงสะท้อนอยู่ตรงนั้น แต่ดูเหมือนว่ารูปร่างของมันจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย มันดูสง่างามและมีเค้าโครงของกรงเล็บที่แหลมคมซ่อนอยู่ใต้รอยพับของเสื้อคลุม เอเลียสรู้ดีว่าเขาไม่ได้เป็นผู้ชนะในเกมนี้ แต่เขากลายเป็นภาชนะที่กักขังวิญญาณร้ายไว้ในเงาของตนเองนับแต่นี้ไป