Heineken ผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เตรียมเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ ด้วยการลดจำนวนพนักงานราว 5,000–6,000 ตำแหน่ง ภายในช่วง 2 ปีข้างหน้า หลังยอดขายเบียร์ทั่วโลกลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย

รายงานจากสื่อต่างประเทศเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ระบุว่า บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันจากความต้องการบริโภคที่ชะลอตัว ส่งผลให้ต้องเร่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ดอล์ฟ ฟาน เดน บริงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไฮเนเก้น เปิดเผยว่า บริษัทยังคงประเมินทิศทางตลาดด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง พร้อมย้ำว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กร

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ฟาน เดน บริงค์ ได้ประกาศเตรียมอำลาตำแหน่ง หลังทำหน้าที่ผู้นำมานานกว่า 6 ปี โดยระบุว่าเขาได้พาบริษัทผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเมือง และในช่วงเวลาที่เหลือจะมุ่งเน้นการวางรากฐานให้บริษัทมั่นคงที่สุดก่อนส่งต่อหน้าที่

ปัจจุบัน ไฮเนเก้นมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 87,000 คน โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มปรับลดและโยกย้ายตำแหน่งงานในสำนักงานใหญ่ราว 400 ตำแหน่ง เพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าการลดพนักงานรอบล่าสุดจะกระทบประเทศหรือภูมิภาคใดบ้าง

ในรายงานผลประกอบการประจำปี 2025 บริษัทซึ่งเป็นผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจาก AB InBev ระบุว่า ปริมาณจำหน่ายเบียร์ทั่วโลกลดลง 2.4% โดยเฉพาะในยุโรปและอเมริกาที่ลดลง 4.1% และ 3.5% ตามลำดับ ขณะที่ไตรมาสสุดท้ายของปีเดียวกัน ยอดขายลดลง 2.8%

รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 34,400 ล้านยูโร ลดลงจาก 36,000 ล้านยูโรในปี 2024 สะท้อนแรงกดดันจากกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงทั่วโลก

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นกระแสใส่ใจสุขภาพที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันจากเครื่องดื่มทางเลือก รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การใช้ยาลดน้ำหนัก ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริโภคในระยะยาว

สำหรับปี 2026 บริษัทคาดว่าการเติบโตของกำไรจะชะลอตัวลงอยู่ที่ 2–6% ต่ำกว่ากรอบคาดการณ์ของปี 2025 ที่ 4–8% สะท้อนมุมมองเชิงระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดในอนาคต

ที่มา yahoo