ท่ามกลางป่าสนหนาทึบที่แสงตะวันไม่อาจแทรกซึมลงมาถึงพื้นดิน อารินทร์คุกเข่าลงข้างรากไม้ขนาดมหึมาที่ขดตัวราวกับงูยักษ์ใต้ผืนดิน มือที่สั่นเทาของเขาขุดคุ้ยดินโคลนที่ชื้นแฉะด้วยความหวังอันริบหรี่ ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุโลหะที่เย็นเฉียบและหยาบกร้าน มันคือกุญแจสนิมเขรอะรูปทรงประหลาดที่มีลวดลายของเถาวัลย์พันเกี่ยวกันเป็นวงกต
เขากระชากมันขึ้นมาจากหลุมลึก ทันใดนั้นผืนป่าที่เคยเงียบสงัดก็พลันสั่นสะเทือน เสียงใบไม้เสียดสีกันดั่งเสียงกระซิบของวิญญาณนับพัน อารินทร์รีบพยุงตัวขึ้นยืน สายตาของเขามองเห็นบางสิ่งตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล มันคือซุ้มประตูหินสีดำสนิทที่โผล่พ้นดินขึ้นมาอย่างกะทันหันราวกับเพิ่งถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลที่ยาวนาน
"ทำไมมันถึงมาอยู่ที่นี่กัน" อารินทร์พึมพำกับตัวเองขณะก้าวเท้าไปตามทางเดินที่โรยด้วยเศษหินแหลมคม เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าเถาวัลย์รอบข้างเริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต ลำต้นไม้ดูเหมือนจะบิดเบี้ยวเข้าหาตัวเขาเพื่อขวางทางถอยกลับไปสู่โลกภายนอก
เขาหยุดยืนเบื้องหน้าประตูหิน ลวดลายบนเนื้อหินดูคล้ายกับกุญแจในมือของเขาไม่มีผิดเพี้ยน อารินทร์พยายามจะยัดกุญแจลงในช่องว่างที่ไร้ซึ่งรูกุญแจปกติ แต่ทว่าโลหะที่สนิมเกาะกลับคมกริบจนบาดเข้าที่ปลายนิ้วของเขาอย่างจัง เลือดสีแดงสดหยดลงบนสลักหิน ทันใดนั้นแสงสีฟ้าครามก็สว่างวาบขึ้นจนเขาต้องยกมือขึ้นบังตา
"หยุดเถอะ เจ้าไม่รู้หรอกว่ากำลังปลุกอะไรให้ตื่นขึ้นมา" เสียงทุ้มต่ำดังก้องมาจากความมืดหลังซุ้มประตู ชายชราในชุดคลุมขาดวิ่นก้าวออกมาจากอากาศที่บิดเบี้ยว ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้แววตาเหมือนหลุมศพที่ไร้ก้นบึ้ง มือของเขาถือคทาที่ทำจากกระดูกสัตว์ป่าซึ่งกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง
อารินทร์ถอยหลังกรูดไปชนกับรากไม้ใหญ่ "ข้าแค่ต้องการสมบัติที่ถูกฝังไว้ตามตำนาน ข้าไม่ได้ต้องการชีวิตของใคร" เขากล่าวเสียงสั่น มือขวาของเขายังคงกำกุญแจเลือดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เพราะเขารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจที่ไหลเวียนผ่านผิวหนังเข้ามาสู่ร่างกายราวกับกระแสไฟฟ้า
ชายชราหัวเราะเยาะจนร่างกายสั่นคลอน "สมบัตินั้นไม่ใช่ทองคำหรืออัญมณี แต่มันคือพันธสัญญาแห่งความว่างเปล่าที่บรรพบุรุษของเจ้าเป็นผู้ทำไว้ เลือดที่หลั่งลงบนประตูคือคำประกาศว่าเจ้าคือเครื่องสังเวยคนต่อไปที่จะต้องเฝ้าประตูนี้นานชั่วกัลปาวสาน"
อารินทร์พยายามจะทิ้งกุญแจลงพื้น แต่ปลายนิ้วของเขากลับติดหนึบอยู่กับโลหะเย็นเฉียวนั้นราวกับมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปเสียแล้ว เขาพยายามใช้มือซ้ายกระชากออกแต่กลับพบว่าผิวหนังของเขากำลังเปลี่ยนสภาพเป็นโลหะสนิมเขรอะตามลวดลายของกุญแจ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเขาต้องล้มลงไปกองกับพื้นดิน
เขาเงยหน้าขึ้นมองชายชราด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "ช่วยข้าด้วย ท่านต้องมีวิธีทำลายคำสาปนี้" อารินทร์ร้องขอด้วยเสียงที่แหบพร่า ขณะที่ความทรงจำของเขากำลังถูกดูดกลืนหายไปในความมืดมิดของประตูหินที่เริ่มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นห้วงอวกาศที่ไร้ดาวและกาลเวลาอยู่เบื้องหลัง
ชายชราเดินเข้ามาใกล้แล้ววางมือที่แห้งกรังลงบนไหล่ของชายหนุ่ม "ไม่มีใครหนีพ้นโชคชะตาที่ถูกจารึกไว้บนรอยแยกของโลกใบนี้ได้หรอก เจ้าถูกเลือกให้เป็นผู้ดูแลกุญแจ เพื่อรอคอยเหยื่อรายถัดไปที่จะมาค้นพบความลับใต้รากไม้นี้เหมือนกับที่เจ้าทำ"
อารินทร์พยายามจะลุกขึ้นสู้ แต่ร่างกายของเขากลับแข็งทื่อดุจรูปปั้นหิน ความรู้สึกสุดท้ายที่เขารับรู้คือความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูกก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลงไปพร้อมกับแสงสว่างที่มอดดับ เหลือเพียงเสียงลมหวีดหวิวในป่าที่กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง
ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ร่างของอารินทร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของรากไม้โบราณไปอย่างถาวร กุญแจที่เคยถืออยู่ในมือหายไปเหลือเพียงรอยแผลเป็นรูปกุญแจที่ฝังลึกอยู่บนฝ่ามือที่กลายเป็นหินผา รอคอยผู้มาเยือนคนใหม่ที่จะก้าวเข้ามาในวงจรแห่งคำสาปนี้อีกครั้งหนึ่ง