สายลมยามบ่ายพัดโชยกลิ่นดอกแก้วจางๆ เข้ามาในรถยนต์ที่กำลังเคลื่อนตัวช้าๆ ไปตามถนนสายเก่า นักสืบภาคภูมิมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณ คฤหาสน์รัตนบรรจงตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า อาคารสไตล์โคโลเนียลที่เคยโอ่อ่าบัดนี้มีร่องรอยของกาลเวลาปรากฏอยู่ตามผนังที่เริ่มผุกร่อนและสีที่ซีดจาง

ภายในคฤหาสน์ แสงสว่างสลัวลอดผ่านหน้าต่างกระจกสีลงมายังโถงบันไดใหญ่ โคมระย้าคริสตัลระยิบระยับห้อยตระหง่านอยู่กลางอากาศ แต่ออร่าของความงดงามนั้นถูกบดบังด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าโศกและเงื่อนงำ คุณหญิงนภา วรวิสุทธิ์ เจ้าของคฤหาสน์ถูกพบเป็นศพอยู่ตรงเชิงบันไดเบื้องล่างโคมระย้า คอหัก ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูป ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของใครหลายคนบีบรัดด้วยความสงสาร

“ดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุครับท่านนักสืบ” ร้อยตำรวจเอกชาญชัยรายงานเสียงเรียบ ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังเก็บรวบรวมข้อมูลรอบๆ ศพ “คุณหญิงอายุมากแล้ว อาจจะก้าวพลาดตกบันไดลงมา”

ภาคภูมิเดินเข้าไปใกล้ศพช้าๆ เขาสังเกตรายละเอียดทุกอย่างอย่างถี่ถ้วน แววตาฉายประกายครุ่นคิด ร่างของคุณหญิงนภานอนหงาย มือข้างหนึ่งยังคงกำสร้อยล็อกเกตเงินเก่าๆ ไว้แน่น ซึ่งโดยปกติแล้วคุณหญิงจะสวมมันไว้ที่คอเสมอ

เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ พลันสายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับรอยร้าวเล็กๆ แทบมองไม่เห็นบนผลึกคริสตัลชิ้นหนึ่งที่อยู่ต่ำลงมาเล็กน้อย รอยร้าวนั้นดูเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นใหม่ ไม่ใช่รอยที่เกิดจากความเก่าแก่

“บริเวณนี้มีกลิ่นอะไรแปลกๆ ไหมครับ” ภาคภูมิหันไปถามชาญชัย “นอกจากกลิ่นคาวเลือดกับกลิ่นน้ำหอมของคุณหญิงแล้ว ผมรู้สึกเหมือนมีกลิ่นโลหะผสมกับกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ลอยอยู่ในอากาศ”

ชาญชัยพยายามสูดดม แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ “ผมไม่แน่ใจครับท่านนักสืบ อาจจะเป็นกลิ่นจากดอกไม้ในสวนที่ลมพัดเข้ามาก็ได้”

ภาคภูมิไม่ตอบ แต่ความสงสัยในใจกลับเพิ่มพูนขึ้น เขาก้มลงพินิจล็อกเกตในมือคุณหญิงอย่างใกล้ชิด พบว่ามันบุบเข้าไปเล็กน้อยตรงมุมหนึ่ง ราวกับถูกกระแทกเข้ากับของแข็งบางอย่าง

“ผมขอคุยกับทุกคนที่อยู่ในคฤหาสน์นี้เมื่อคืนครับ” เขาหันไปสั่งชาญชัย เสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาด “โดยเฉพาะลูกชายของคุณหญิงนภา คุณชายธร และหลานสาว พลอย”

คุณชายธร ชายวัยกลางคนผู้เคร่งขรึม นั่งอยู่บนโซฟาบุหนังด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เขามีท่าทีระแวงและไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ “แม่ของผมแก่แล้ว ท่านอาจจะแค่พลัดตกบันไดจริงๆ นักสืบไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่”

“คุณชายธรครับ” ภาคภูมิถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “คุณหญิงนภาสวมสร้อยล็อกเกตนี้ตลอดเวลาหรือไม่ครับ”

“แน่นอนที่สุดครับ” คุณชายธรตอบทันที “แม่ไม่เคยถอดมันเลย มันเป็นของขวัญชิ้นเดียวจากพ่อของผม”

“แล้วเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างครับ” ภาคภูมิซักต่อ “มีใครได้ยินเสียงผิดปกติอะไรบ้างไหม”

“ผมเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำครับ ไม่ได้ยินอะไรเลย” คุณชายธรตอบ พลางหันหน้าหนีไปทางอื่น

ต่อมาคือพลอย หลานสาววัยยี่สิบต้นๆ ของคุณหญิงนภา เธอเป็นคนเดียวในบ้านที่ดูจะใจเย็นที่สุด ดวงตาคู่เศร้าของเธอซ่อนความกังวลไว้บางอย่าง

“พลอยได้ยินอะไรไหม เมื่อคืน” ภาคภูมิถามอย่างอ่อนโยน

พลอยหลุบตาลงมองพื้น “ตอนประมาณเที่ยงคืนได้ค่ะ พลอยได้ยินเสียง ‘กริ๊ง’ เบาๆ เหมือนของแข็งกระทบกัน แล้วก็มีเสียง ‘ตุ้บ’ ตามมา แต่พลอยคิดว่าคงเป็นเสียงแมวในสวนเลยไม่ได้สนใจอะไร”

“เสียง ‘กริ๊ง’ นั้นเป็นยังไงครับ” ภาคภูมิถามย้ำ น้ำเสียงของเขามีแววตื่นเต้นเล็กน้อย

“ก็เหมือนเสียงแก้วกระทบกันเบาๆ ค่ะ ไม่ใช่เสียงดังมาก” พลอยตอบ “แล้วก็มีกลิ่นหอมแปลกๆ ลอยขึ้นมาด้วย กลิ่นเหมือนดอกไม้ป่าที่ไม่เคยมีในสวนเรา”

ข้อมูลของพลอยทำให้ภาคภูมิปะติดปะต่อเรื่องราวในหัวของเขาได้อย่างรวดเร็ว เขากลับไปยังเชิงบันไดอีกครั้ง แล้วใช้ไฟฉายส่องไปที่รอยร้าวบนคริสตัลของโคมระย้าอย่างละเอียด

เขาสังเกตเห็นรอยบุบเล็กๆ บนล็อกเกตเงินของเธออีกครั้งอย่างถี่ถ้วน มันมีรอยตำหนิที่เข้าคู่กับรอยร้าวบนคริสตัลของโคมระย้าอย่างน่าประหลาดใจ การคำนวณระยะและความสูงในใจทำให้เขาเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

“คุณหญิงนภาไม่ได้พลัดตกบันไดครับ” ภาคภูมิประกาศเสียงดังพอให้ทุกคนในบริเวณนั้นได้ยิน “เธอถูกทำร้ายที่ชั้นบนของบันได แล้วถูกผลักตกลงมาต่างหาก”

สีหน้าของคุณชายธรซีดเผือดลงทันที พลอยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชาญชัยและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ต่างมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

“คุณหญิงนภาถูกทำร้ายขณะที่กำลังจะลงบันได มือของเธอคว้าจับสร้อยล็อกเกตไว้แน่น” ภาคภูมิอธิบายพร้อมชี้ไปที่ล็อกเกตในมือคุณหญิง “แรงกระแทกจากตอนที่เธอถูกผลัก ทำให้ล็อกเกตหลุดจากคอและกระแทกเข้ากับโคมระย้าที่ห้อยอยู่ตรงกลางบันไดพอดี ทำให้เกิดเสียง ‘กริ๊ง’ ที่พลอยได้ยิน และทิ้งรอยร้าวบนคริสตัลไว้เป็นหลักฐาน”

“จากนั้น ร่างของคุณหญิงก็ตกลงมากระแทกพื้นด้านล่าง เสียง ‘ตุ้บ’ ที่ตามมาคือเสียงที่ร่างเธอตกถึงพื้น” ภาคภูมิกล่าวต่อ “กลิ่นโลหะผสมดอกไม้ที่ผมได้กลิ่น ก็คือกลิ่นเลือดของเธอที่ผสมกับน้ำหอม และกลิ่นดอกไม้ชนิดพิเศษที่อาจจะติดอยู่กับตัวฆาตกร แล้วลอยขึ้นไปติดอยู่บนคริสตัลโคมระย้าชั่วขณะก่อนจะจางหายไป”

“หลังจากนั้น ฆาตกรก็ลงมาจัดฉากให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ โดยการย้ายร่างของคุณหญิงมาไว้ตรงเชิงบันไดพอดี ใต้โคมระย้า เพื่อให้ดูเหมือนว่าเธอพลัดตกจากจุดนั้น” ภาคภูมิเงยหน้ามองตรงไปยังคุณชายธรที่กำลังยืนตัวแข็ง “แต่สิ่งที่ฆาตกรลืมไปคือ สร้อยล็อกเกตที่หลุดกระแทกโคมระย้าด้านบน ได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้ เป็นประจักษ์พยานที่ไม่อาจปฏิเสธได้”

คุณชายธรทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสำนึกผิด เขาเงยหน้าขึ้นมองโคมระย้าคริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับดวงตาที่กำลังจับจ้องและเปิดเผยความลับมืดมิดที่ซ่อนอยู่ภายใต้แสงสว่างอันงดงามนั้น