บนสถานีสำรวจอวกาศหมายเลขเจ็ด แสงไฟกะพริบสลับเขียวแดงสะท้อนบนใบหน้าของเอเลียสขณะที่เขาพยายามปรับจูนเครื่องตรวจวัดอนุภาคให้เสถียร มือที่สวมถุงมือหนาเตอะสั่นระริกเมื่อพบว่าเข็มไมล์บนหน้าปัดพุ่งทะลุขีดจำกัดไปสู่ระดับที่ไม่เคยมีอยู่จริงในสารบบฟิสิกส์ เบื้องหน้าของเขามีรอยแยกสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นกลางอากาศ ปล่อยกระแสไฟฟ้าประหลาดที่ดูเหมือนจะมีชีวิตและพยายามจะเลื้อยผ่านเกราะแก้วเข้ามาหาเขาทุกขณะ

"เอด้า ตรวจสอบสถานะการปิดกั้นสนามพลังงานด่วน มันกำลังรั่วไหลออกมา" เอเลียสตวาดลั่นพลางพยายามกดปุ่มล็อกระบบฉุกเฉิน แต่กลไกกลับตอบสนองด้วยเสียงหวีดหวิวที่คล้ายกับเสียงคนร้องไห้ก้องอยู่ในช่องว่างของมิติ

เอด้าซึ่งเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ถูกส่งมาพร้อมกับสถานีเดินเข้ามาใกล้พลางขยับแผงวงจรด้วยความเร็วสูง "ระบบตอบสนองผิดปกติ เอเลียส กระแสพลังงานนี้ไม่ใช่ไฟฟ้าสถิตธรรมดา แต่มันคือการไหลย้อนกลับของเหตุการณ์ในอดีตที่กำลังย้อนรอยกลับมายังจุดกำเนิด หากเราไม่ตัดการเชื่อมต่อเดี๋ยวนี้ ตัวตนของสถานีนี้จะหายไปจากประวัติศาสตร์จักรวาลราวกับไม่เคยมีอยู่"

เอเลียสกัดฟันแน่นขณะมองเห็นปลายนิ้วของตัวเองเริ่มโปร่งแสงและมองทะลุเห็นโครงเหล็กของสถานีข้างหลัง เขารู้ดีว่าหากดึงคันโยกตัดวงจรหลักด้วยมือเปล่า กระแสไฟฟ้ามิตินี้จะช็อตเข้าสู่ระบบประสาทของเขาโดยตรง แต่นั่นเป็นทางเดียวที่จะหยุดการกัดกินมิติได้ เขาคว้าคันโยกเหล็กกล้าที่เย็นเยียบและเริ่มออกแรงดึงท่ามกลางเสียงสายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำอยู่รอบตัว

"ถ้าผมหายไป บันทึกนี้จะยังคงอยู่ใช่ไหม" เขาถามพลางหันไปมองเอด้าที่กำลังพยายามคุมระบบประคองชีพให้คงที่ แม้ใบหน้าของเธอจะเริ่มเลือนรางเหมือนภาพถ่ายเก่าที่ถูกแสงแดดแผดเผา

เอด้าหยุดชะงักเพียงครู่ก่อนจะเอื้อมมือมาแตะที่ไหล่ของเขาซึ่งแทบจะไม่เหลือเนื้อมนุษย์ให้สัมผัส "ความทรงจำอาจจางหายไปตามกฎของเอนโทรปี แต่มวลสารที่คุณเสียสละไปจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของดวงดาวดวงใหม่ที่กำลังก่อตัวอยู่ภายนอกนั่น" เธอตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง

เสียงระเบิดของแกนพลังงานดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องควบคุม เอเลียสใช้แรงเฮือกสุดท้ายผลักคันโยกจนสุดทาง แสงสีม่วงที่เคยเป็นรอยแยกมิติฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะระเบิดเป็นละอองทองคำกระจายไปทั่วห้องควบคุมที่ไร้แรงโน้มถ่วง แรงปะทะผลักร่างของเขาไปกระแทกกับกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นผืนอวกาศอันกว้างใหญ่ที่กำลังแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน

ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมหลังเหตุการณ์สงบลง บนแผงควบคุมที่เหลือเพียงซากปรักหักพังนั้น ไม่มีร่องรอยของมนุษย์คนใดหลงเหลืออยู่ มีเพียงจี้ห้อยคอโลหะที่ตกอยู่บนพื้นซึ่งสลักชื่อของเอเลียสไว้อย่างชัดเจน ท่ามกลางละอองดาวที่ยังคงเต้นระบำอยู่ในอากาศราวกับจะบอกเล่าเรื่องราวของผู้ที่กล้าท้าทายกฎแห่งเวลา