การทำ Sun Gazing หรือการจ้องมองดวงอาทิตย์อย่างถูกวิธีในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกดิน กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์สุขภาพที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มคนรักการฟื้นฟูร่างกายผ่านธรรมชาติ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมไพเนียลในสมองและปรับสมดุลนาฬิกาชีวิตให้เป็นปกติ โดยผู้ฝึกจะต้องยืนด้วยเท้าเปล่าบนพื้นดินในช่วงเวลาที่แสงแดดอ่อนที่สุดของวัน เพื่อรับพลังงานและปรับจูนคลื่นสมองให้เข้ากับความถี่ของธรรมชาติ
หลักการสำคัญของการฝึกคือการทำในช่วงเวลาที่แสง UV มีความเข้มข้นต่ำที่สุด คือช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังจากพระอาทิตย์ขึ้น หรือ 1 ชั่วโมงสุดท้ายก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่ปลอดภัยต่อดวงตาและผิวหนัง โดยเริ่มต้นจากการจ้องมองดวงอาทิตย์เพียง 10 วินาทีในวันแรก และค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาขึ้นทีละน้อยตามความเหมาะสมของร่างกาย สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและไม่หักโหมจนเกินไป เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับจอประสาทตาจากการได้รับแสงที่เข้มข้นเกินไป
ในเชิงสุขภาพองค์รวม การจ้องมองแสงอาทิตย์ในเวลาที่เหมาะสมเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนเซโรโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ช่วยให้ผู้ฝึกรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และส่งผลดีต่อคุณภาพการนอนหลับในยามค่ำคืน การได้รับแสงแดดผ่านดวงตาอย่างถูกวิธีจะส่งสัญญาณไปยังสมองให้ปรับวงจรการตื่นและหลับให้สอดคล้องกับธรรมชาติมากขึ้น นอกจากนี้ การทำ Sun Gazing ยังมักถูกแนะนำให้ทำควบคู่ไปกับการเดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน เพื่อให้ร่างกายเกิดการถ่ายเทประจุไฟฟ้าและเกิดความสมดุลในระดับเซลล์มากยิ่งขึ้น
ภูมิปัญญานี้มีรากฐานมาจากวัฒนธรรมโบราณในหลายอารยธรรม ที่เชื่อว่าดวงอาทิตย์คือแหล่งกำเนิดพลังงานที่สำคัญที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก แม้ในปัจจุบันวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ยังคงมีการศึกษาวิจัยถึงผลกระทบในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง แต่การฝึกในระดับเริ่มต้นที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรกถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อกับธรรมชาติ การให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาของโลกและจังหวะเวลาของร่างกายผ่านแสงอาทิตย์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมความตระหนักรู้และสร้างสภาวะทางจิตใจที่มั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบได้เป็นอย่างดี